Prachatai
16 ปี คดีสลายชุมนุมจวนหมดอายุความ แต่ไร้ความคืบหน้า สารพันอุปสรรค ยังมองไม่เห็นทางเดินต่อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การนับถอยหลังวันหมดอายุความของคดีสลายชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงเมื่อ เม.ย.-พ.ค. 2553 เดินมาถึงปีที่ 16 แล้วและอีกเพียง 4 ปีคดีก็จะหมดอายุความ และด้วยความเชื่องช้าที่ไม่เห็นความคืบหน้าทางคดีมา 12 ปีนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557
Key facts
- การนับถอยหลังวันหมดอายุความของคดีสลายชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงเมื่อ เม.ย.-พ.ค. 2553 เดินมาถึงปีที่ 16 แล้วและอีกเพียง 4 ปีคดีก็จะหมดอายุความ และด้วยความเชื่องช้าที่ไม่เห็นความคืบหน้าทางคดีมา 12 ปีนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557
- เท่าที่ปรากฏจากคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้คืออัยการก็โยนกลับให้ DSI ไป “สืบสวน” ใหม่อีกรอบ จนน่าสงสัยว่ากว่าจะถึงวันนี้สถานที่เกิดเหตุพยานวัตถุยังเหลือสภาพคงเดิม หรือพยานบุคคลยังมีชีวิตอยู่ให้ตามมาขึ้นศาลได้สักกี่มากน้อย
- “คดีนี้มันเป็นคดีเกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เพราะมันมาจากการชุมนุมทางการเมือง มีการสลายการชุมนุมมีคำสั่งใช้กำลังมันก็มาจากการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ปรากฏร่องรอยอย่างชัดเจนว่าฝ่ายที่มีอำนาจในขณะนั้น รวมถึงฝ่ายทหารเองก็ไม่อยากให้มีการรื้อฟื้นเรื่องนี้ รื้อฟื้นมามันก็ชัดเจนเพราะข้อเท็จจริงปรากฏในการไต่สวนการตายของศาลว่าเกิดจากการกระทำของใคร”
- โชคชัย อ่างแก้ว 1 ในทีมทนายความที่รวมกลุ่มกันหลวมๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการติดตามคดีและเข้าไปเป็นทนายความในคดีไต่สวนการตายหลายคดี มองว่าคดีของผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมเมื่อปี 2553 จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐเพราะกฎหมายก็กำหนดไว้
- “ก็เหมือนกับแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย” เป็นความเห็นของเขาในฐานะทนายความ
Summary
ทั้งที่คดีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐเพราะกฎหมายก็กำหนดไว้แล้วทั้งการไต่สวนการตายซึ่งก็มีการดำเนินการไปได้ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอีก ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ก็เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องทำการไต่สวน แต่ก็ไม่มี หรือประชาชนจะฟ้องนักการเมืองเองตามกฎหมายก็ทำไม่ได้ หรือคดีที่ส่งไปศาลทหารเช่นกรณี 6 ศพวัดปทุมฯ เมื่ออัยการทหารสั่งไม่ฟ้องประชาชนก็ฟ้องเองไม่ได้ ทำให้ไม่เห็นช่องทางว่าคดีจะไปช่องทางไหนได้อีก
แม้ภายหลังรัฐประหารจะมีกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ้าง อย่างการเกี่ยงโยนกันไปมาระหว่างศาลยุติธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และศาลทหาร แต่คงไม่สามารถนับเรื่องเหล่านี้ได้ว่าเป็นความคืบหน้าอะไร เพราะสำนวนคดีก็แทบจะอยู่ที่เดิมคือการโยนรับส่งไปมาระหว่างอัยการกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ที่ถูกใส่เข้ามาตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้คดีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นอยู่ในการสืบสวนสอบสวนของ DSI แทนตำรวจท้องที่
แต่หากถามว่ามีเคสใดที่ผ่านการชันสูตรพลิกศพตามข้อ 1 แล้วยังมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ยังมีอีกหรือไม่นั้น ก็ยังมีอีกเช่น