Prachachat
ทรัมป์-สีจิ้นผิง ก่อตั้ง Board of Trade นักวิเคราะห์ชี้สหรัฐ-จีนเลือก ‘เสถียรภาพ’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ท่ามกลางความสำเร็จในการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งวัดจากการแสดงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน อย่างเห็นได้ชัด ในระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค.ที่ผ่านมา จีนและสหรัฐบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์
Key facts
- หนึ่งในนั้นคือการจัดตั้งสถาบันใหม่ 2 แห่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมการการค้าสหรัฐ-จีน (Board of Trade) และคณะกรรมการการลงทุนสหรัฐ-จีน (Board of Investment) สะท้อนถึงการทำงานร่วมกัน
- ผู้แทนการค้าสหรัฐประมาณสินค้าตามกรอบคณะกรรมการการค้ามูลค่าราว 9.7 แสนล้านบาท
- ทำเนียบขาวระบุว่า ข้อตกลงทางการค้าหลายรายการ รวมถึงการที่จีนตกลงที่จะซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ และให้คำมั่นว่าจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอย่างน้อย 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5 แสนล้านบาทต่อปี เป็นเวลา 3 ปี
- นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวในรายการ CNBC เมื่อ15 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า แนวคิดหนึ่งคือให้แต่ละประเทศลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ไม่สำคัญและสินค้าที่สหรัฐไม่ได้พยายามนำกลับมาผลิตในประเทศ
Summary
หนึ่งในนั้นคือการจัดตั้งสถาบันใหม่ 2 แห่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมการการค้าสหรัฐ-จีน (Board of Trade) และคณะกรรมการการลงทุนสหรัฐ-จีน (Board of Investment) สะท้อนถึงการทำงานร่วมกัน ท่ามกลางความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงซื้อสินค้าเกษตรต่างๆ จากจีนนั้นน้อยกว่าที่คาด อาจเป็นผลจากการปฏิเสธขยายข้อตกลงสงบศึกการค้าจากฝ่ายสหรัฐ
เอกสารทำเนียบขาวเผยแพร่บนเว็บไซต์ www.whitehouse.gov เมื่อ 17 พ.ค. 2026 ระบุว่า การจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและการลงทุนสหรัฐ-จีนเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นรากฐานสำคัญของข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ตามคำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่เห็นพ้องต้องกันตามกรอบความสัมพันธ์ใหม่ที่มีชื่อว่า ความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์
ผู้แทนการค้าสหรัฐระบุว่า เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการประนีประนอมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการได้ประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ให้ความสำคัญกับการค้าที่ไม่อ่อนไหว เพราะการค้าแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีการประนีประนอม แต่เป็นการทำงานร่วมกัน