Matichon
ศุภมาส วางพวงมาลารำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ยันรัฐบาลฟังความเห็นต่าง-เน้นปรองดอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อเวลา 09.30 วันที่ 17 พฤษภาคม ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาล เข้าร่วมพิธีวางมาลาและพิธีสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ผู้แทนพรรคการเมือง ประชาชน เข้าร่วมงาน
Key facts
- น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในโอกาสรำลึก 34 ปีเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมปี 2535 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญด้านหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่สะท้อนถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม
- นายปริญญา กล่าวว่า เชื่อว่าคนยังถวิลหารัฐบาลที่ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งในการประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กว่า 65% เห็นควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนฉบับปัจจุบัน ซึ่งมาจากการรัฐประหารในปี 2557
- เราเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์นองเลือด การรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้นเราต้องการเห็นรัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ จนได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่เป็นที่หน้าเสียดาย เพราะแม้ฉบับนี้จะมีจุดบกพร่องประการใด
- นายปริญญา กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นการนับถอยหลังของการครบรอบ 35 ปี เหตุการณ์พฤษภาคม 35 ดังนั้น ปีหน้าจะมีการเปิดอนุสรณ์อย่างเป็นทางการเพื่อร่วมลำรึกเหตุการณ์ 35 ปี
Summary
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในโอกาสรำลึก 34 ปีเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมปี 2535 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญด้านหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่สะท้อนถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2535 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในเจตจำนงของประชาชน ที่ต้องการยึดมั่นในหลักยุติธรรมและขับเคลื่อนการปกครองบ้านเมืองให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่เคารพเสียงของประชาชน แม้จะผ่านมามากกว่า 3ทศวรรษ
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า การที่มีความเห็นต่างเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย แต่สิ่งที่สำคัญคือการแสวงหาความทางออกร่วมกันโดยสันติ บนพื้นฐานของเหตุผลและการรับฟังด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน รัฐบาลมีเจตจำนงในการบริหารประเทศโดยยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง เน้นการพูดคุยสร้างความปรองดอง และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกัน
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคมจะเตือนใจพวกเราทุกคนให้ร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพ เคารพความเห็นต่างและร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรมและประชาธิปไตยที่เข้มแข็งสำหรับคนรุ่นต่อไป ทั้งนี้ขอแสดงความไว้อาลัยกับวีรชนทุกคนที่สูญเสียจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น และส่งกำลังใจและความระลึกถึงไปยังครอบครัวของผู้ที่สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบทุกคนขอให้ดวงวิญญาณวีรชนทุกท่านไปสู่สัมปรายภพ และให้พลังของความเสียสละของวีรชนทุกคน