← Back to KHAO

‘ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย’ กางฉากทัศน์ พ.ร.บ.อากาศสะอาด งัดกลไกเศรษฐศาสตร์คุมเข้ม 6 แหล่งกำเนิด

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช

วิกฤตการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และมลพิษทางอากาศที่ปกคลุมประเทศไทยต่อเนื่องมานับทศวรรษ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาสุขภาพทางกายภาพของประชาชนเท่านั้น หากแต่ได้กลายสภาพเป็น “ต้นทุนแฝงเร้น” ขนาดมหึมาที่กัดเซาะโครงสร้างระบบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง ทั้งในมิติของผลิตภาพแรงงานที่ลดลง ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่พุ่งสูง และความเสื่อมถอยของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเป็นฐานรากของการท่องเที่ยวและการเกษตรกรรม

Key facts

Summary

การขับเคลื่อนเพื่อตรากฎหมายที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบจึงเป็นหมุดหมายที่สังคมไทยเฝ้ารอคอย จนกระทั่งความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาครั้งสำคัญของรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยรัฐสภาลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ด้วยคะแนนเสียง 611 เสียง นำมาซึ่งคำถามสำคัญว่า ทิศทางเชิงโครงสร้างและเนื้อหาสาระของกฎหมายแม่บทฉบับนี้ จะสามารถพลิกฟื้นฟูทัศนียภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยได้จริงหรือเพียงใด

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดมุมมอง รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมแถวหน้าของประเทศไทย ผู้ทำการวิเคราะห์และศึกษาเพื่อคำนวณมูลค่าความสูญเสียเชิงเศรษฐศาสตร์และต้นทุนที่คนไทยต้องแบกรับจากมลพิษทางอากาศมาอย่างยาวนาน เพื่อลึกโครงสร้างภายใน พลิกดูแผนผังเชิงอำนาจ วิเคราะห์เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ และตรวจสอบกลไกจัดการ “ทุนข้ามพรมแดน” ที่ถูกบรรจุไว้ในกฎหมายประวัติศาสตร์ฉบับนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

ระยะยาว 10 ปีเป็นต้นไป: หากการขับเคลื่อนเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้อย่างเป็นระบบ ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยจะสามารถยกระดับและก้าวไปสู่อาณาจักรที่มีอากาศสะอาดได้อย่างถาวร เช่นเดียวกับโมเดลความสำเร็จของสหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักรที่เคยผ่านจุดวิกฤติต่ำสุดด้านสิ่งแวดล้อมมาแล้วในอดีต

Read full article at Prachachat →