Prachachat
หางแร่วิจัยสู่ ‘ไบโอซีเมนต์’ อัคราฯต่อยอดเชิงพาณิชย์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อัครา รีซอร์สเซส ผนึกกำลังจุฬาฯ-มจธ.-มทส. เปิดผลวิจัยต่อยอด “หางแร่”จากเหมืองทองคำชาตรี สู่การเป็นวัตถุดิบทางเลือกใหม่ของอุตสาหกรรมก่อสร้างและพลังงาน ชูโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน พร้อมดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
Key facts
- นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะยกระดับหางแร่ให้เป็นทรัพยากรทางเลือกแห่งอนาคต โดยจับมือกับ 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ผลการทดลองพบว่า พื้นที่ที่ใช้แผ่นหน่วงน้ำเค็มสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 53% ภายในปีแรกเมื่อเทียบกับพื้นที่ดินเค็มทั่วไป อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณสาร GABA ในข้าวมากกว่า 300 เท่า และลดค่าดัชนีน้ำตาลได้ราว 30%
- หนึ่งในงานวิจัยที่ได้รับความสนใจ คือ ไบโอซีเมนต์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งนำหางแร่มาผสมกับวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรม เช่น เปลือกไข่ และจุลินทรีย์จากกากน้ำปลา จนกลายเป็นวัสดุก่อสร้างรูปแบบใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำ
Summary
ผลการทดลองพบว่า พื้นที่ที่ใช้แผ่นหน่วงน้ำเค็มสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 53% ภายในปีแรกเมื่อเทียบกับพื้นที่ดินเค็มทั่วไป อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณสาร GABA ในข้าวมากกว่า 300 เท่า และลดค่าดัชนีน้ำตาลได้ราว 30% สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยที่เชื่อมโยงทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน
นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะยกระดับหางแร่ให้เป็นทรัพยากรทางเลือกแห่งอนาคต โดยจับมือกับ 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมพัฒนางานวิจัยเพื่อต่อยอดหางแร่ ของเหลือจากกระบวนการผลิตทองคำและเงิน สู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน
ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาการใช้หางแร่เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ในรูปแบบอิฐบล็อกและอิฐช่องลม งานวิจัยพบว่า หางแร่ที่ผ่านการบดละเอียดมีขนาดอนุภาคที่เหมาะสมต่อการใช้งานทันที ทำให้ลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ ช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต โดยวัสดุที่พัฒนาขึ้นมีสัดส่วนหางแร่ประมาณ 25-75% และยังมีความแข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ นอกจากนี้อิฐดังกล่าวยังช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอิฐทั่วไป และสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้