Prachachat
อุตฯร้องรัฐขึ้นภาษีนำเข้า EV คลังยันต้องใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กลุ่ม 10 สมาคมอุตฯยานยนต์ย้ำรัฐต้องช่วยดูแลซัพพลายเชนในประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์ EV จากจีน แนะถ่างภาษีสรรพสามิตรถนำเข้ากับผลิตในประเทศให้มากขึ้น กำหนดเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หรือ Local Content ด้านรมว.พลังงาน หนุนปรับตัวจากสันดาปสู่ EV คลังย้ำหารือเอกชนตลอด
Key facts
- ผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีจริงจัง เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรม EV และ 8.ส่งเสริมการทดสอบในประเทศและมาตรฐาน ADAS ด้วยการบังคับให้รถ EV ต้องทดสอบและปรับจูนให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในไทย
- ปัจจุบันรถยนต์ EV ที่ผลิตในประเทศไทยเสียภาษีสรรพสามิต 2% ขณะที่รถนำเข้าเสียภาษี 10% หรือมีส่วนต่างเพียง 8% ซึ่งภาคเอกชนมองว่ายังไม่เพียงพอที่จะจูงใจให้ผู้ผลิตต่างชาติเลือกตั้งฐานการผลิตในไทย
- เป้าหมายสำคัญของข้อเสนอ คือการรักษาฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศไทย เพราะหลังมาตรการ EV 3.5 สิ้นสุดลงในปี 2570 หากไม่มีมาตรการรองรับใหม่ไทยอาจเผชิญภาวะหน้าผาอุตสาหกรรม ผู้ผลิตจำนวนมากอาจยุติการผลิตในไทยและกลับไปนำเข้ารถทั้งคันแทน”
- ผู้ประกอบการยังเป็นห่วงผู้ผลิตชิ้นส่วนรายเล็กหรือ SMEs ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของอุตสาหกรรม เนื่องจากยังขาดความพร้อมด้านเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนการอัพสกิลแรงงาน และเปิดโอกาสให้ SMEs
- ภาคเอกชนยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการ EV เดิม หรือเปลี่ยนเงื่อนไขย้อนหลังเพราะจะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แต่ต้องการให้มาตรการใหม่หลังปี 2570
- เรื่องนี้ศึกษาอยู่แล้ว แต่ต้องอย่าลืมว่ามีทั้งคนที่ได้เปรียบ เสียเปรียบ แล้วต้องดูความพร้อมด้วย อย่างไรก็ดีโครงสร้างภาษีรถยนต์เพิ่งปรับมาเมื่อปลายปี 2568 คงไม่ใช่จะปรับกันบ่อย ๆ โดยต้องบอกว่า ถ้าจบมาตรการอีวี 3.5
Summary
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวถึงกรณีตัวแทนทั้ง 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยื่นหนังสือข้อเสนอถึงรัฐบาล ผลักดันแนวทางดูแลอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การขอให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ให้เอื้อต่อผู้ผลิตที่ลงทุนจริงในประเทศไทย
“เป้าหมายสำคัญของข้อเสนอ คือการรักษาฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศไทย เพราะหลังมาตรการ EV 3.5 สิ้นสุดลงในปี 2570 หากไม่มีมาตรการรองรับใหม่ไทยอาจเผชิญภาวะหน้าผาอุตสาหกรรม ผู้ผลิตจำนวนมากอาจยุติการผลิตในไทยและกลับไปนำเข้ารถทั้งคันแทน”
นายสุโรจน์กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรปรับระบบภาษีสรรพสามิตใหม่ ด้วยการขยายส่วนต่างให้มากกว่านี้ ให้เชื่อมโยงกับระดับการลงทุนและการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น โดยผู้ประกอบการที่ลงทุนจริงในไทย ทั้งโรงงานผลิต ศูนย์วิจัย และพัฒนา (R&D) สถานีชาร์จ ระบบจัดการซากแบตเตอรี่ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ควรได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มเติม รวมถึงสิทธินำเข้ารถในอัตราภาษีเดิมผ่านระบบโควตา แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาลงทุนระยะยาว