Prachachat
ROVULA จุดพลุ ดีปเทคไทยลุยอาเซียน ยานสำรวจใต้ทะเล พลิกกำไรใน 3 ปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในงานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าด้านนวัตกรรม และศักยภาพของประเทศไทยในการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อน มี “ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า ประเทศไทย จำกัด (ROVULA)
Key facts
- ผู้บริหารบริษัท โรวูล่า ประเทศไทย เปิดเผยด้วยว่า รายได้ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ทำรายได้ราว 145 ล้านบาท ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินการโดยไม่ต้องพึ่งบริษัทแม่ และคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะพลิกทำกำไรได้สำเร็จ
- ความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา มีการทำงานร่วมกันอย่างหนักระหว่างภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย โดยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน และคาดหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการวิจัย
- กลยุทธ์การแยกตัวเป็นสตาร์ตอัพ ช่วยให้ทีมงานมีความคล่องตัวสูงขึ้น โฟกัสกับงานได้อย่างเต็มที่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด
- การสนับสนุนในระยะยาวจากบริษัทแม่ (ปตท.สผ.) ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเงินทุน แต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิด การกำหนดเป้าหมาย (Milestone) และทิศทางในการดำเนินธุรกิจ
- องค์ความรู้เฉพาะทางที่ลึกซึ้ง ทีมงานมีความรู้และความเชี่ยวชาญโดยตรงในด้านการตรวจสอบท่อส่งปิโตรเลียมใต้น้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ
- การมีพื้นที่ทดสอบจริง (Sandbox) การได้รับโอกาสให้นำหุ่นยนต์ไปใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง (Real Field) ของ ปตท.สผ. ทำให้วิศวกรสามารถเผชิญและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากห้องทดลอง
Summary
สตาร์ตอัพด้านหุ่นยนต์อัตโนมัติภายใต้ บมจ.ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม เป็นหนึ่งในวิทยากรที่ขึ้นเวทีสะท้อนมุมมองและความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม “ดีปเทค” ยานสำรวจอัตโนมัติ จากปัญหาในการทำงานขององค์กร ร่วมกับภาคการศึกษาในการวิจัยและพัฒนา สู่โมเดลธุรกิจที่เริ่มรับรู้รายได้ และเจาะตลาดภูมิภาคอาเซียนได้สำเร็จ
“จุดเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม คือ ปตท.สผ. และภาคการศึกษา คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาพัฒนากว่า 8 ปี ปัจจุบันก้าวสู่การเป็น Corporate Startup และยาน Xplorer 2.0 รุ่นล่าสุด ให้บริการเชิงพาณิชย์ได้แล้วทั้งในและต่างประเทศ ในปลายปี 2567 ที่ผ่านมา”
“ภัคชนม์” อธิบายการทำงานในส่วนการสำรวจท่อส่งก๊าซใต้ทะเลว่า มีปัญหาความเสี่ยงจากการใช้สายเชื่อมต่อกับเรือสำรวจบนผิวน้ำ ทำให้ในบางครั้งเป็นอันตรายเมื่อเข้าใกล้แท่นขุดเจาะ ใช้ทั้งทุนและเวลามาก หากสามารถสร้างหุ่นยนต์สำรวจอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้คนเลยจะเป็นการดี จึงเริ่มพัฒนายานสำรวจ “Xplorer” เป็นยานยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle – AUV) โดยฝีมือวิศวกรไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล