BeInCrypto Thailand
มีเพียง 4% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับคริปโตในการเลือกตั้ง จากผลสำรวจใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผลสำรวจล่าสุดเผยว่ามีเพียง 4% ของชาวอเมริกันที่พร้อมพิจารณาจุดยืนเกี่ยวกับคริปโตของผู้สมัครขณะตัดสินใจเลือกตั้ง ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลน้อยที่สุดก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในปี 2026
Key facts
- ผลสำรวจนี้ส่งผลให้ปมหลักของอุตสาหกรรมคริปโตที่มองว่านักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ทรงพลังต้องสั่นคลอน โดยแนวคิดนี้เองที่เคยนำมาใช้สนับสนุนการใช้จ่ายทางการเมืองเป็นร้อยล้าน USD ตลอดวาระการเลือกตั้งปี
- ผลสำรวจจาก POLITICO ร่วมกับ Public First พบว่าแม้ในกลุ่มชาวอเมริกัน 19% ที่เคยซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่ระบุว่าจุดยืนของผู้สมัครต่อคริปโต จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจัดอันดับคริปโตไว้ต่ำกว่าปัญหาที่อยู่อาศัยและการฉ้อโกง
- การสนับสนุนให้คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ทางการเงินกระแสหลักมีอยู่ที่ 27% ในขณะที่อีก 31% คัดค้านการดำเนินการของรัฐบาล และ 42% ยังไม่ตัดสินใจหรือเป็นกลาง
- ผลสำรวจยังเน้นย้ำว่า 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการ ให้ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคริปโต อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังตามหลังประเด็นความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยที่ 49% และการปกป้องผู้บริโภคจากการฉ้อโกงที่ 36%
- การสำรวจครั้งก่อนนี้พบว่า 45% ของชาวอเมริกัน มองว่าการลงทุนในคริปโต ไม่คุ้มกับความเสี่ยง ผลลัพธ์นี้สะท้อนว่าคริปโตยังคงเป็นประเด็นสำคัญลำดับรองสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ แม้ว่าอิทธิพลทางการเมืองของอุตสาหกรรมนี้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม
Summary
ผลสำรวจนี้ส่งผลให้ปมหลักของอุตสาหกรรมคริปโตที่มองว่านักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ทรงพลังต้องสั่นคลอน โดยแนวคิดนี้เองที่เคยนำมาใช้สนับสนุนการใช้จ่ายทางการเมืองเป็นร้อยล้าน USD ตลอดวาระการเลือกตั้งปี 2026
ตลอดสองปีที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งสองพรรคต่างมุ่งเน้นออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างเข้มข้น แต่สิ่งเหล่านี้…กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจจากประชาชน POLITICO เขียนไว้
ผลสำรวจจาก POLITICO ร่วมกับ Public First พบว่าแม้ในกลุ่มชาวอเมริกัน 19% ที่เคยซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่ระบุว่าจุดยืนของผู้สมัครต่อคริปโต จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง