Matichon
ธปท.รับไทยเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงแตะ 5% สวน ศก.ไม่สดใส ข่าวดีสแต็กเฟลชั่นยังห่างไกล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สงครามตะวันออกกลางถือว่า มีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง เพราะหากไม่มีสงคราม ปี 2569 อาจเห็นจีดีพีโตขึ้นเป็น 2.3% จากเดิม 1.5% แต่ตอนนี้คาดจะกลับมาโตได้ประมาณ 1.5% ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4-5% มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง โจทย์นโยบายการเงินจึงเปลี่ยนแปลงไป จากที่ต้องกังวลเงินเฟ้อด้านขาต่ำ เปลี่ยนเป็นเงินเฟ้อขาสูงแทน
Key facts
- นายดอน กล่าวว่า แผนการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของกระทรวงการคลัง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประเมินผลของโครงการไว้ในรอบการประชุมล่าสุด แม้เม็ดเงินสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากเดิม 3 แสนล้านบาท เป็น 4 แสนล้านบาท
- เงินเฟ้อจะสูงต่อไปอีกสักพัก เดือนเมษายน ที่ผ่านมา เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่มองว่าเป็นการสูงแบบชั่วคราว ปี 2570 จะปรับลดลง จึงเป็นการสูงขึ้นประมาณ 1 ปีเท่านั้น โดยสถานการณ์จะขึ้นอยู่กับสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
- นายดอน กล่าวว่า ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงไว้ที่ระดับ 1% ถือว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบที่สามารถรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ได้นานกว่าธนาคารกลางอื่นๆ
- นายดอน กล่าวว่า ประเทศไทยพึ่งพาพลังงานและวัตถุดิบต้นน้ำจากตะวันออกกลางสูง ราคาพลังงานที่สูงขึ้นและวัตถุดิบที่ตึงตัวจึงกระทบต้นทุนของธุรกิจ และทำให้นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (ลองฮอร์น) ลดลง โดยไทยนำเข้าพลังงานกว่า 7% ของจีดีพี
- นายดอน กล่าวว่า ภาคธุรกิจมีแนวโน้มได้รับผลกระทบชัดเจนในไตรมาส 2/2569 โดยได้รับผลกระทบแล้วเป็นธุรกิจที่พึ่งพาพลังงานสูง อาทิ ขนส่ง สายการบินประมง พึ่งพาการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม วัตถุดิบราคาสูงขึ้นและตึงตัว อาทิ ปิโตรเคมีเคมีภัณฑ์
Summary
นายดอน กล่าวว่า แผนการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของกระทรวงการคลัง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประเมินผลของโครงการไว้ในรอบการประชุมล่าสุด แม้เม็ดเงินสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากเดิม 3 แสนล้านบาท เป็น 4 แสนล้านบาท แม้มองว่าผลลัพธ์ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ช่วยดันจีดีพีบวกขึ้นประมาณ 0.6% โดยมิติผลกระทบต่อเงินเฟ้อมีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศยังคงมีความเปราะบาง กำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผลของโครงการในอดีตที่เคยดำเนินการมา อาทิ คนละครึ่ง
“เงินเฟ้อจะสูงต่อไปอีกสักพัก เดือนเมษายน ที่ผ่านมา เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่มองว่าเป็นการสูงแบบชั่วคราว ปี 2570 จะปรับลดลง จึงเป็นการสูงขึ้นประมาณ 1 ปีเท่านั้น โดยสถานการณ์จะขึ้นอยู่กับสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ว่าจะยุติลงได้เมื่อใดด้วย ซึ่งปัจจุบันยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้ออยู่ โดยความเสี่ยงทางการคลังจากการกู้เงินเพิ่ม 4 แสนล้านบาท อาจส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีขยับเข้าใกล้เพดานที่ 70% ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้พื้นที่ว่างทางการคลัง (Fiscal Space)
นายดอน กล่าวว่า ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงไว้ที่ระดับ 1% ถือว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบที่สามารถรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ได้นานกว่าธนาคารกลางอื่นๆ เพราะเริ่มต้นจากระดับเงินเฟ้อที่ค่อนข้างต่ำ แม้มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะสงครามที่ดันราคาพลังงานให้สูงขึ้นชั่วคราว แต่เชื่อว่ากระบวนการปรับลดลงของเงินเฟ้อในไทยจะเกิดขึ้นได้เร็วและกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในที่สุด