Matichon
ชาวสวนยางใต้หนุน พิพัฒน์ ฟื้นถนนยางพารา แนะ MOU การันตีทำต่อเนื่อง ผวายุคบิ๊กตู่ ขาดทุนยับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเขตภาคใต้ตอนกลาง กล่าวกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดผลักดันการนำยางพารามาผลิตเป็นอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยและงานก่อสร้างทางและการทำถนนยางพารา เพื่อเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตยางพาราไทยว่า โครงการนี้ถ้ารัฐบาลทำให้เกิดขึ้นจริงสถาบันเกษตรกรก็เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะหลักการใช้ยางพาราภายในประเทศและการใช้ยางพาราในภาครัฐ
Key facts
- นายประทบกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปริมาณผลผลิตยางพาราของประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 ล้านตันต่อปี ขณะที่ทั้งโลกมีปริมาณการใช้ยางพาราเฉลี่ย 5 ล้านตันต่อปี ไทยจึงถือเป็นประเทศที่ส่งออกยางพารามากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 3 ใน 4
- นายประทบกล่าวว่า เพราะเมื่ออุปทานลดลง อุปสงค์มากขึ้น ยางถูกนำไปใช้ในประเทศมากขึ้น ขณะที่ความต้องการยางของโลกมีแต่เพิ่มขึ้น ยางในตลาดโลกก็ลดลง จะส่งผลให้ราคาดีขึ้น โดยปัจจุบันราคาน้ำยางพาราอยู่ที่ 82 บาท/กิโลกรัม
- สมัยที่เคยมีโครงการถนนยางพาราในยุค พล.อ.ประยุทธ์ สามารถดึงยางออกจากระบบมาใช้ในประเทศได้ถึง 7-8 แสนตัน ซึ่งลงไปถึงกลุ่มสถาบันเกษตร เรามีหลักนำทางถนน แบริเออร์ ฝาครอบแบริเออร์จำนวนมากในถนนชนบท
- ทราบว่านายพิพัฒน์ออกมาระบุว่าจะเริ่มต้นด้วยงบเหลือจ่ายปี 2570 แล้วจะตั้งงบทำเต็มที่ในปีงบประมาณ 2571 ก็อยากเห็นเป็นรูปธรรม ให้ได้มีการเริ่มต้นแม้ยอดในปีแรกอาจไม่มาก ก็ให้ได้เริ่มและต่อยอดทุกปี ดังนั้น
Summary
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเขตภาคใต้ตอนกลาง กล่าวกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดผลักดันการนำยางพารามาผลิตเป็นอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยและงานก่อสร้างทางและการทำถนนยางพารา เพื่อเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตยางพาราไทยว่า โครงการนี้ถ้ารัฐบาลทำให้เกิดขึ้นจริงสถาบันเกษตรกรก็เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะหลักการใช้ยางพาราภายในประเทศและการใช้ยางพาราในภาครัฐ
นายประทบกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปริมาณผลผลิตยางพาราของประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 ล้านตันต่อปี ขณะที่ทั้งโลกมีปริมาณการใช้ยางพาราเฉลี่ย 5 ล้านตันต่อปี ไทยจึงถือเป็นประเทศที่ส่งออกยางพารามากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 3 ใน 4 ของปริมาณการใช้ยางพาราของโลก โดยผลผลิตยางพาราของไทย 3-4 ล้านตันต่อปีนั้น เราใช้ในประเทศเพียงแค่ไม่เกิน 1 ล้านตันต่อปี ส่วนที่เหลือส่งออกทั้งหมด ดังนั้น หากรัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในประเทศอย่างจริงจัง ก็จะส่งผลให้ราคายางพาราดีขึ้นแน่นอน
“สมัยที่เคยมีโครงการถนนยางพาราในยุค พล.อ.ประยุทธ์ สามารถดึงยางออกจากระบบมาใช้ในประเทศได้ถึง 7-8 แสนตัน ซึ่งลงไปถึงกลุ่มสถาบันเกษตร เรามีหลักนำทางถนน แบริเออร์ ฝาครอบแบริเออร์จำนวนมากในถนนชนบท แต่น่าเสียดายที่ในครั้งนั้นแม้โครงการจะเขียนว่าดำเนินการในระยะ 3-5 ปี แต่ก็ชะงักหยุดไปกลางคันโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีการต่อยอด หลายสถาบันเกษตรกรซึ่งใช้วิธีการรวมตัวกันลงทุน เช่น ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางหนองครก จำกัด ในจ.ตรัง กลับได้รับออเดอร์มาเพียงครั้งเดียวแล้วหายไปเลย
นายประทบกล่าวว่า เพราะเมื่ออุปทานลดลง อุปสงค์มากขึ้น ยางถูกนำไปใช้ในประเทศมากขึ้น ขณะที่ความต้องการยางของโลกมีแต่เพิ่มขึ้น ยางในตลาดโลกก็ลดลง จะส่งผลให้ราคาดีขึ้น โดยปัจจุบันราคาน้ำยางพาราอยู่ที่ 82 บาท/กิโลกรัม ราคายางพาราเฉลี่ยทั้งระบบอยู่ที่ 80 บาท/กิโลกรัม แม้จะเป็นราคาสูงและดี แต่เพราะอยู่ในช่วงปิดกรีด ผลผลิตน้อย แต่หากมีโครงการใช้ยางในประเทศก็จะส่งผลให้ราคายาง ซึ่งเป็นรายได้ของเกษตรกรมีเสถียรภาพ และมั่นใจว่าในการดำเนินการจะสามารถบริหารสต๊อกยางได้สมดุลเพียงพอ