← Back to KHAO

ส่งออกอัญมณี-เครื่องประดับ มี.ค.บวกรอบใหม่ ไม่รวมทองคำพุ่ง 106.25% แรงส่งหลายประเทศเร่งนำเข้า

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 2,150.30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 106.25% กลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากเพิ่งลดลงไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากรวมทองคำ มีมูลค่า 3,949.88 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 58.60% รวม 3 เดือนแรกปี 2569 ส่งออกไม่รวมทองคำ มูลค่า 5,582.46 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.01%

Key facts

Summary

ด้านตลาดส่งออก อินเดียเพิ่ม 9.69% ฮ่องกงเพิ่ม 5.94% เยอรมนีเพิ่ม 38.15% อิตาลีเพิ่ม 37.77% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่ม 45.36% สหราชอาณาจักรเพิ่ม 4.28% ญี่ปุ่นเพิ่ม 67.87% สวิตเซอร์แลนด์เพิ่ม 38.30% เบลเยียมเพิ่ม 10.60% ส่วนสหรัฐอเมริกาลด 21.88% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำ มีมูลค่า 1,799.58 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.28% จากความต้องการซื้อทองในตลาดโลก แม้ว่าเดือนมีนาคม 2569 ราคาทองปรับลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากแรงขายของธนาคารกลางบางประเทศ และกองทุน SPDR Gold ก็หันมาขาย หลังจากซื้อต่อเนื่อง แต่ราคาก็ยังทรงตัวในระดับสูง เพราะยังกังวลปัญหาตะวันออกกลาง และรวม 3 เดือนแรก ส่งออกทองคำ 5,661.39 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 59.50% โดยหากแยกการส่งออกแต่ละเดือนมกราคม มูลค่า 2,758.08 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 136.16%

นายสุเมธ กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกไตรมาสแรกปี 2569 ยังขยายตัวได้ดี โดยได้แรงส่งจากความต้องการซื้อสินค้าของหลายประเทศ แต่แนวโน้มในระยะต่อไป เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง และเผชิญกับความเปราะบางที่สูงขึ้น สอดคล้องกับการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 3.1% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 3.4% จากปัจจัยเสี่ยงตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน สินค้า ค่าขนส่ง ความเชื่อมั่นลงทุน ซึ่งล้วนกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

Read full article at Matichon →