Prachachat
ทวี แนะรัฐเร่งแก้ปัญหารวยกระจุกจนกระจาย-กำไรเป็นของกลุ่มทุนผูกขาด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หัวหน้าพรรคประชาชาติ แนะแก้ปัญหา “รวยกระจุก จนกระจาย” เลิกระบบ “หนี้และดอกเบี้ยเป็นของประชาชน แต่กำไรเป็นของกลุ่มทุนผูกขาด”
Key facts
- วิกฤตค้าปลีกและอำนาจเหนือตลาด วงจร “เงินผ่านมือ” ตาม พ.ร.ก. วางกรอบว่าเม็ดเงินกู้ 200,000 ล้านบาทในงวดแรกจะส่งถึงประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่โครงสร้างปัจจุบันถูกออกแบบมาให้เงินไหลเข้าสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจที่คนตัวเล็กเสียเปรียบตั้งแต่วันแรก
- – ข้อมูลเชิงประจักษ์ ปี 2568 ชี้ชัดว่ากลุ่มทุนค้าปลีกยักษ์ใหญ่มีรายได้รวมสูงถึง 1,022,143 ล้านบาท และกวาดกำไรสุทธิไป 28,206 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.30%) ในขณะที่ GDP ของประเทศโตเพียง 1.6-2% แต่กำไรกลุ่มทุนกลับโตหลักสิบถึง 11.30%
- กวาดกำไรสุทธิสูงถึง 19,481 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่มีกำไรเพียง 2,458 ล้านบาท เท่ากับกำไรพุ่งพรวดเดียว 17,023 ล้านบาท หรือโตกว่า 450% ภายใน 3 เดือน! โดยเฉพาะรายได้จากการขายที่ทะยานสูงถึง 114,809 ล้านบาท
- ที่ฟันกำไรจากวิกฤตน้ำมันนี้คือเบาะแสชี้ถึงหลักฐานที่สำคัญ หรือกรณีกลุ่มไฟฟ้าเอกชนแห่งหนึ่งที่ขายไฟให้รัฐรายงานกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โตกว่า 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กวาดกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 1,490 ล้านบาท
- ในปี 2568 มีสูงถึง 15,945 แห่งทั่วประเทศ เมื่อรวมร้านขายส่งที่เป็นบริษัทเดียวกันอีกจึงมีรวมกันกว่า 21,000 แห่งทั่วประเทศ ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70%
- วิกฤตพลังงาน: ภาระประชาชนบนความมั่งคั่งของกลุ่มทุน
Summary
– ข้อมูลเชิงประจักษ์ ปี 2568 ชี้ชัดว่ากลุ่มทุนค้าปลีกยักษ์ใหญ่มีรายได้รวมสูงถึง 1,022,143 ล้านบาท และกวาดกำไรสุทธิไป 28,206 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.30%) ในขณะที่ GDP ของประเทศโตเพียง 1.6-2% แต่กำไรกลุ่มทุนกลับโตหลักสิบถึง 11.30% สะท้อนว่านี่ไม่ใช่การเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม แต่เป็นการถ่ายโอนความมั่งคั่งจากกระเป๋าประชาชนไปสู่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สะท้อนถึงอำนาจเหนือตลาดที่เบ็ดเสร็จ เงินกู้รัฐจึงเป็นเพียง “เงินผ่านมือประชาชน”
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
เงินกู้ 200,000 ล้านที่อ้าง ‘พลังงานสะอาด’ และ ‘EV’ สุดท้ายอาจเป็นแค่การ “เปลี่ยนมือผู้ผูกขาด” จากฟอสซิลไปสู่มือกลุ่มทุนเจ้าเดิม ดังมติ กพช. (28 พ.ย. 68) ที่ประเคนโซลาร์ฟาร์ม 1,500 MW ให้รายใหญ่ แทนที่จะกระจายสู่ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปาก มติวันดังกล่าวที่ถูกทักท้วงมาก คือ “การบิดเบือนต้นทุนพลังงานผ่านก๊าซสองมาตรฐาน”