The Standard
4 ปี กทม. ฉบับชัชชาติ จากการซ่อมเส้นเลือดฝอย สู่โจทย์ใหญ่ที่ยังต้องพิสูจน์ในปี 2030
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
The Secret Sauce ชวนเจาะลึกบทเรียน 4 ปีของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ บทสนทนาที่สะท้อนการทำงานจริงตั้งแต่การใช้แอปพลิเคชันแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยเพื่อดึงความไว้วางใจจากประชาชนกลับมา การแบกรับข้อจำกัดเรื่องหนี้มหาศาล ไปจนถึงเป้าหมายปี 2030 ที่ต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพของเมืองเพื่อดึงดูดคนเก่ง และสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งโอกาสและความหวังของทุกคน
Key facts
- หนึ่งในเรื่องที่สร้างความหนักใจและเป็นความท้าทายที่สุดตลอด 4 ปีคือมหากาพย์หนี้รถไฟฟ้า BTS กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระผูกพันทางการเงินมหาศาลที่สะสมมาจากผู้บริหารชุดก่อนหน้า การทำสัญญาล่วงหน้าจ้างเดินรถยาวไปจนถึงปี 2585 ทำให้ กทม.
- เป้าหมายกรุงเทพฯ 2030 มีอะไรที่ต้องจับตา
- ผลงาน 4 ปี กทม. ยุคชัชชาติ สอบผ่านเรื่องอะไรบ้าง
- กทม. กับการจ่ายหนี้ BTS มอบบทเรียนอะไร
- ทำไมแก้ปัญหาเมือง ถึงต้องยอมทิ้งผลงานฉาบฉวย
Summary
จุดแข็งของการเริ่มต้นทำงานคือการมีกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการกว่า 244 แผนที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ทำให้ทุกคนสามารถทำงานประสานกันเป็นโน้ตเดียวกัน แต่สิ่งที่สร้างความภูมิใจและเปลี่ยนระบบราชการได้จริงคือแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ที่พลิกวิธีการทำงาน จากเจ้าหน้าที่ที่ต้องหันหน้าให้ผู้ว่าฯ กลายเป็นหันหน้าให้ประชาชนแทน สถิติการร้องเรียนกว่า 1.3 ล้านเรื่องที่เข้ามา ไม่ใช่เพราะคนเกลียดชัง แต่คุณชัชชาติมองว่านั่นคือความไว้ใจ เพราะถ้าเขาไม่ไว้ใจเรา เขาคงไม่ยกโทรศัพท์มาแจ้งเป็นล้านครั้ง
นอกจากนี้ ปัญหาอย่างน้ำท่วมก็ถูกจัดการด้วยวิทยาศาสตร์ จากเดิมที่มีจุดเสี่ยง 13 จุด ก็นำข้อมูลมาพล็อตแผนที่จนพบจุดเสี่ยงจริง 737 จุดและทยอยแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย ส่วนเรื่องฝุ่นก็แก้ด้วยการลงพื้นที่คุยกับจังหวัดใกล้เคียง และซื้อเครื่องอัดฟางให้ชาวนาใน กทม. ใช้ฟรีจนสถิติการเผานาในพื้นที่เป็นศูนย์ แม้จะต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดของภาระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า 60,000 ล้านบาทที่ต้องจ่ายตามคำสั่งศาลก็ตาม
หนึ่งในเรื่องที่สร้างความหนักใจและเป็นความท้าทายที่สุดตลอด 4 ปีคือมหากาพย์หนี้รถไฟฟ้า BTS กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระผูกพันทางการเงินมหาศาลที่สะสมมาจากผู้บริหารชุดก่อนหน้า การทำสัญญาล่วงหน้าจ้างเดินรถยาวไปจนถึงปี 2585 ทำให้ กทม. ต้องแบกรับส่วนต่างขาดทุนปีละกว่า 4,000 ล้านบาท