Matichon
มองฉากทัศน์‘ไทย-เขมร’ การเมือง&ชาตินิยม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หมายเหตุ – มุมมองนักวิชาการประเมินสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือ 3 ฝ่ายกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถึงแนวทางสันติภาพชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ในเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ประเทศฟิลิปปินส์
Key facts
- ผู้นำทั้งสองก็ยังต้องคุยกันเพื่อประคอง การหยุดยิง ที่ยังคงเปราะบางหลังการปะทะรุนแรงในปี 2568 ทหารทั้งสองฝ่ายก็ยังตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดนเดิมอยู่มาก ดังนั้น แนวโน้มที่มีน่าจะเป็นจริงที่สุด ไม่ใช่การเดินชนทุกกำแพง แต่คือสูตรการทูตแบบ
- ศิพิมพ์ ศรบัลลังก์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
- สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้มีแกนอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ละข้อหนักมาก ฝ่ายไทยอธิบายผ่านแถลงของ ว่า MOU 44 คุยกันมากว่า 20 ปีแล้ว มีการเจรจาเพียง 5 ครั้งและไม่เกิดข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ ทั้งยังเห็นว่าควรตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน
- ในทางกฎหมาย สงครามคำพูดก็ไม่ได้ทำให้สนามกฎหมายหายไป จากข้อความเต็มในข้อพิพาทเรื่องการกำหนดเขตทางทะเลอยู่ในกรอบมาตรา 74 และ 83 ส่วนประเทศไทยได้ยื่นคำประกาศตามมาตรา 298 ว่าไม่รับกระบวนการภาคบังคับบางประเภทสำหรับข้อพิพาทการกำหนดเขตแดนทางทะเล
Summary
ผู้นำทั้งสองก็ยังต้องคุยกันเพื่อประคอง การหยุดยิง ที่ยังคงเปราะบางหลังการปะทะรุนแรงในปี 2568 ทหารทั้งสองฝ่ายก็ยังตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดนเดิมอยู่มาก ดังนั้น แนวโน้มที่มีน่าจะเป็นจริงที่สุด ไม่ใช่การเดินชนทุกกำแพง แต่คือสูตรการทูตแบบ แข็งหน้าไมค์ อ่อนในห้องเจรจา แต่ห้ามใครเรียกว่าถอย ฝ่ายสายการทูตจะพูดว่าไทยกำลังรีเซตกรอบ ไม่ได้ปิดประตู ขณะที่ปีกการเมืองของ รัฐบาลจะพยายามขายเรื่องนี้เป็นชัยชนะเชิงอธิปไตย โดยเฉพาะการตรึงวาระว่า เกาะกูด เป็นของไทยแน่นอน และใครตั้งคำถาม
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้มีแกนอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ละข้อหนักมาก ฝ่ายไทยอธิบายผ่านแถลงของ ว่า MOU 44 คุยกันมากว่า 20 ปีแล้ว มีการเจรจาเพียง 5 ครั้งและไม่เกิดข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ ทั้งยังเห็นว่าควรตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องการพัฒนาและบริหารทรัพยากรร่วมกัน ฝ่าย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็พูดตรงๆ ว่าไทยยกเลิก MOU แต่ไม่ได้ยุติการเจรจา และยังจะเดินหน้าภายใต้กรอบ UNCLOS ต่อไป
อีกชั้นหนึ่งที่สำคัญมากคือ ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้หยุดแค่แสดงความไม่พอใจ แต่ประกาศชัดว่าจะเดินหน้า “Compulsory Conciliation” ภายใต้ UNCLOS ขณะที่ฝ่ายไทยกลับตีความการพบกันของนายกฯทั้งสองที่ฟิลิปปินส์ว่าเป็นการ รับทราบอย่างเป็นทางการ เรื่องการยกเลิก MOU 44 และใช้โอกาสนั้นสื่อสารต่อสาธารณะว่าเมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว จะไม่มีเส้นที่ทำให้สาธารณะคลางแคลงเรื่องเกาะกูดอีกต่อไป นี่จึงไม่ใช่แค่ข้อพิพาททางทะเล แต่เป็นการแย่งกันครองเรื่องเล่าทางการเมืองภายในประเทศของทั้งสองฝั่งอย่างเต็มตัวแล้ว