European Union · Thai Post
“รองประวัติ” ติวเข้ม คณะกรรมการบริหารเงินรายได้นิคมสหกรณ์ ปี 69 มั่นใจปีนี้ทำเงินทะลุเป้า แค่ 7 เดือน ทำรายได้แล้วกว่า 9 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เรียกประชุมคณะกรรมการฯติวเข้มบริหารเงินรายได้นิคมสหกรณ์ ประจำปีงบประมาณ 2569 เผยตัวเลขรายได้เฉลี่ยปีละ 10-15 ล้านบาท เผยแค่ 7 เดือนทำเงินแล้ว 9 ล้านบาทเศษ หวังนำเงินส่วนนี้มาพัฒนานิคมสหกรณ์ฯ ตามวัตถุประสงค์ พ.ร.บ.จัดที่ทำกินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ต่อไป
Key facts
- สศก. ร่วมเวที ASEAN-EU Sustainability Summit 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ–สุขภาพหนึ่งเดียว เสริมความมั่นคงอาหารอาเซียน
- นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินรายได้นิคมสหกรณ์ครั้งที่ 4 ประจำงบประมาณปี 2569 โดยระบุว่านับตั้งแต่นิคมสหกรณ์ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2511
- รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยถึงรายได้หลักจากนิคมสหกรณ์ฯ จำนวน 36 แห่งทั่วประเทศเฉลี่ยแต่ละปีประมาณ 10-15 ล้านบาท นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 เป็นต้นมา จนถึงเดือนล่าสุดเมษายน 2569 มีรายได้เข้ามาประมาณ 9 ล้านบาทเศษ
- สมควรแก่เวลา! 'ทรัมป์' จะเข้ารับการตรวจสุขภาพ 'ช่องปาก' ในวันที่ 26 พ.ค.
- CP LAND กางโรดแมป 3 ปี ปั้นแบรนด์โรงแรมใหม่ ‘bedZ’
- ตลาดสี่มุมเมือง ใช้นวัตกรรมเปลี่ยนเศษพลาสติกเป็นพลังงาน ผลิตน้ำมันดีเซล–เบนซินใช้ภายในองค์กร ลดขยะฝังกลบกว่า 20 ตันต่อปี พร้อมลดต้นทุนพลังงานและคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างยั่งยืน
Summary
นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินรายได้นิคมสหกรณ์ครั้งที่ 4 ประจำงบประมาณปี 2569 โดยระบุว่านับตั้งแต่นิคมสหกรณ์ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2511 ตามพระราชบัญญัติจัดที่ทำกินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ดำเนินการในรูปนิคมสหกรณ์ทั้งหมด 36 แห่งทั่วประเทศ มีรายได้ประมาณ 400 กว่าล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการเก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิกที่ทำธุรกิจการค้าพาณิชย์ในที่ดินนิคมสหกรณ์
รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยต่อว่า ตามพ.ร.บ.จัดที่ทำกินเพื่อการครองชีพพ.ศ.2511 กำหนดไว้ให้ พี่น้องเกษตรกรที่เข้าไปอยู่ในนิคมสหกรณ์ได้มีพื้นที่ทำกินตามที่รัฐจัดสรรให้ก็คือด้านการเกษตรปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ส่วนกรณีพื้นที่ไม่ได้ทำการเกษตร แต่ขอมาเปลี่ยนมาเป็นทำการค้าพาณิชย์ เช่น ทำปั๊มน้ำมัน ร้านค้า หรือธุรกิจ อาคารเช่าที่พักอาศัย โดยสมาชิกนิคมฯมีความประสงค์ของเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินทำกินก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีขั้นตอนตามระเบียบที่กำหนดไว้
นายวีรภัทรยอมรับว่า นิคมสหกรณ์ในจ.สุโขทัยขณะนี้ สมาชิกได้โฉนดเกือบเต็มพื้นที่แล้ว ส่วนใหญ่จะเหลือแค่พื้นที่หัวไร่ปลายนาหัวมุมพื้นที่ยังเป็น กสน.5 โดยสมาชิกที่ได้รับโฉนดไปจะมีเงื่อนไข 2 อย่างคือ อยากแรกหลังได้รับโฉนดแล้วจะมีสลักหลังว่าห้ามจำหน่ายจ่ายโอน ยกเว้นสืบทอดทายาท ภายใน 5 ปี ถ้าเกิน 5 ปีก็สามารถจำหน่ายได้ แต่จะไปติดเงื่อนไขที่ 2 คือ พื้นที่เขตนิคมฯ เนื่องจากรัฐลงทุนเรื่องของการปรับพื้นที่และระบบโครงสร้าง สาธารณูปโภค ทั้งคลองส่งน้ำ ถนนหนทางลำเลียงสินค้า