The Standard
ดร.กอบศักดิ์ชี้ไทยเข้าสู่ยุค ‘ข้าวยากหมากแพง’ แนะรัฐแบ่งเงินกู้ 4 แสนล้าน รื้อโครงสร้างพลังงาน เตือนช่วงง่ายของการลงทุนจบแล้ว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (11 พ.ค.2569) กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า “โลกได้เปลี่ยนไป ขอเรียนทุกคนว่า วันดีดีที่ลงทุนในตลาดด้วยความสบายใจได้จบไปแล้ว ณ วันนี้ความเสียหายเกิดขึ้นได้เสมออย่างไม่คาดฝัน และบางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจ”
Key facts
- แนะแบ่งเงิน 400,000 ล้านบาท รื้อโครงสร้างพลังงาน แทนกระตุ้นระยะสั้น
- ดร.กอบศักดิ์ให้มุมมองต่อกรณีที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานต่อประชาชน และภาคธุรกิจว่า ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
- เม็ดเงิน 400,000 ล้านบาท ถ้าบริหารจัดการได้ดี จะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศไทยทั้งหมดได้เลย”
- นอกจากนี้การเร่งรัดให้ต่างชาติเร่งลงทุนโครงการในไทย จะช่วยกระจายเม็ดเงินให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อไปได้ เช่น Tiktok ที่ประกาศลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย มูลค่า 800,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินการจ้างงานไหลสู่ภาคก่อสร้าง
- อย่างเมื่อคืนนี้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 5% บางวันเปลี่ยน 10-12% ถ้าใครซื้อ Futures ไว้ อาจขาดทุนได้ถึง 50% นี่คือคำเตือนสำหรับนักลงทุนว่าเข้มแข็ง แค่ไหนในการบริหารจัดการพอร์ตและรับความผันผวน
- ธุรกิจพื้นฐานเปลี่ยน บริษัทต่างชาติตีตลาดไทย
Summary
ผลกระทบจากความขัดแย้งจะมีหลายมิติ ได้แก่ สงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี สงครามการเงิน สงครามการทูตและแยกข้าง สงครามการทหาร ซึ่งแต่ละมิติจะส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ในตลาดทุน
สำหรับการรับมือของนักลงทุนถัดไปจากนี้ ดร.กอบศักดิ์แนะนำว่า “ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงง่ายของการลงทุน แม้กระทั่ง AI ก็ไม่ง่าย เพราะพีคมากๆ แล้ว ถ้าอยากจะลงทุนขอให้ลงทุนแค่บางส่วน และใช้เงินทุนที่เสียหายได้ เป็นเงินเย็น หลายก้อนควรวางสินทรัพย์ปลอดภัย ลงในหุ้นที่มั่นใจ หุ้นเก็งกำไรลงทุนได้บ้าง แต่อย่าลงเยอะ เดี๋ยวอนาคตจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้”
สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า ภาคการท่องเที่ยวจะเข้าสู่ช่วงติดลบอย่างต่อเนื่อง ตามการบริโภคที่ชะลอลง จากต้นทุนสินค้าที่แพงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ยุค ‘ข้าวยากหมากแพง’ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP มาอยู่ที่ 1.5-2% ในปี 2569 ทั้งนี้การที่ ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาที่ระดับ 1% ถือเป็นการเตรียมพร้อม เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะต่อไป