The Standard
ราคายางธรรมชาติพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี! อานิสงส์สงครามดันดีมานด์โลก ธุรกิจแห่เลิกใช้ยางสังเคราะห์น้ำมัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ในวิกฤต ยังมีโอกาส! ราคายางธรรมชาติพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี ท่ามกลางดีมานด์โลกที่เพิ่มสูงขึ้น หลังเกิดการเปลี่ยนผ่านการใช้จาก ยางสังเคราะห์ที่ผลิตจากน้ำมัน (Oil-derived synthetic Rubber) ไปสู่ ยางธรรมชาติ ในหลายอุตสาหกรรม เลี่ยงวิกฤตน้ำมันในตะวันออกกลาง
Key facts
- ข้อมูลจาก Quick-FactSet ระบุว่า ราคาซื้อขายล่วงหน้ายาง TSR20 ใน ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ พุ่งแตะ 2.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 และปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปีนี้
- ทว่าความต้องการบริโภค จีนถือเป็นผู้บริโภคยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นประมาณ 45% ของความต้องการทั้งหมดในปี 2024 สอดคล้องกับบทบาทของจีนในฐานะผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่
- วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตยางรายใหญ่ เปิดเผยว่า โดยปกติผู้ซื้อจะมีการเก็บสินค้าคงคลังอยู่ราว 1-2 เดือน แต่ในปัจจุบันบางรายได้เพิ่มระดับสต็อกเป็นประมาณ 3 เดือน
- รายงานจาก ศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 34% ของผลผลิตโลกในปี 2024 โดยพื้นที่ภาคใต้ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมาะต่อการเพาะปลูก ขณะที่อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตอันดับสองที่ 14%
- แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวและเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา แต่ราคายางยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2025
Summary
วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตยางรายใหญ่ เปิดเผยว่า โดยปกติผู้ซื้อจะมีการเก็บสินค้าคงคลังอยู่ราว 1-2 เดือน แต่ในปัจจุบันบางรายได้เพิ่มระดับสต็อกเป็นประมาณ 3 เดือน สะท้อนความต้องการวัตถุดิบที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคายางสังเคราะห์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจบางส่วนหันกลับมาใช้วัสดุที่ผลิตจากยางธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากยางธรรมชาติสามารถทดแทนยางสังเคราะห์ได้บางส่วนในผลิตภัณฑ์ เช่น ยางรถยนต์และถุงมือ จึงทำให้ราคายางธรรมชาติปรับตัวสูงตามไปด้วย”
“คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ปัญหาด้านโลจิสติกส์อาจคลี่คลายลง แต่แรงหนุนจากต้นทุนพลังงานโลกที่ยังสูง จะยังหนุนดีมานด์ในระยะยาว”