← Back to KHAO

ลุ้นศาลชี้ขาดกู้เงิน 14พค.สภาเมินถกพ.ร.ก. ชงครม.ปรับแผนก่อหนี้

11 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

“ฝ่ายค้าน” ยื่น “โสภณ” ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยับยั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท เฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุขัด ม.172 ซัดสอดไส้หวังตีเช็คเปล่าเอาเงินเยียวยา ปชช.เป็นตัวประกัน “กรวีร์” ชี้ 14 พ.ค.สภาฯ ไม่มีถก พ.ร.ก.เพราะส่งเรื่องตีความ ทำญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญเป็นหมัน “เอกนิติ” ยกตัวเลขเงินเฟ้อสะท้อนความเร่งด่วน ชี้หากช้ากระทบวงกว้าง เตรียมชง ครม.ปรับแผนก่อหนี้ “อนุทิน” เหน็บ กม.แม้มี 5 หน้า แต่สะท้อนประสิทธิภาพคนทํางานเป็นกับคนยังไม่เคยทํางาน

Key facts

Summary

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง พ.ร.ก.จะเดินหน้าต่อไปได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า  พ.ร.ก.ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลขอให้วินิจฉัยว่า หากรัฐบาลใช้จ่ายเงินไปก่อนที่จะมีคำวินิจฉัย และถ้าศาลมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ต้องเรียกคืนหรือไม่ ในคำร้องของฝ่ายค้านพยายามเขียนให้รัดกุม และให้ศาลมีคำสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.), น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่ามีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่กลับเอามาอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยนำเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน

Read full article at Thai Post →