The Standard
พรรคประชาชนสับ พ.ร.ก. กู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน ตั้งข้อสังเกตไร้รายละเอียด ย้ำการยื่นศาล รธน. ตีความคือกลไกสภา ไม่ใช่นิติสงคราม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (9 พฤษภาคม) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต ภายหลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
Key facts
- นอกจากนี้ บัญชีแนบท้ายของ พ.ร.ก. ยังระบุกรอบการใช้จ่ายไว้ในลักษณะที่กว้างขวาง โดยในส่วนของแผนการเยียวยาที่ระบุว่าจะครอบคลุมเกษตรกรและผู้ประกอบการนั้น พบว่าเพียงแค่โครงการไทยช่วยไทยพลัส โครงการเดียว ก็ใช้งบประมาณสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท
- บริบทนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพฤติกรรมของกลุ่มนักร้องเรียนที่มักยื่นเรื่องให้ศาลตีความอย่างพร่ำเพรื่อ เพื่อขยายขอบเขตอำนาจศาลและใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง หรือที่เรียกว่านิติสงคราม จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า
- ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการบริหารจัดการเงินกู้ก้อนนี้ว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงการคลังทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการแทนเลขาธิการสภาพัฒน์ ในขณะที่ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)
Summary
ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการบริหารจัดการเงินกู้ก้อนนี้ว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงการคลังทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการแทนเลขาธิการสภาพัฒน์ ในขณะที่ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ซึ่งสังกัดกระทรวงการคลังเช่นกัน รับหน้าที่ประเมินโครงการ โครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้กระทรวงการคลังมีบทบาทซ้ำซ้อน ทั้งในฐานะผู้กู้เงิน ผู้กลั่นกรองโครงการ และผู้ตรวจสอบประเมินผลเบ็ดเสร็จในกระบวนการเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใส
โดยระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีความยาวเพียง 5 หน้ากระดาษ และปราศจากรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการกู้เงินหรือรายละเอียดของโครงการที่จะนำไปใช้จ่าย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการขอสินเชื่อทั่วไปที่ต้องมีเอกสารประกอบอย่างรัดกุม ตลอดจนแตกต่างจาก พ.ร.ก. กู้เงินในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่มีกลไกการกลั่นกรองชัดเจน โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เป็นประธาน
รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขอยืนยันว่า รัฐบาลยังคงสามารถเดินหน้ากู้เงินเพื่อนำมาเยียวยาประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล เนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวจะมีผลเพียงแค่การชะลอกระบวนการอนุมัติจากรัฐสภาออกไปไม่เกิน 60 วันเท่านั้น และถึงแม้ในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. บางส่วนขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผลกระทบก็อาจจะจำกัดอยู่เพียงแค่แผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่กระบวนการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้