← Back to KHAO

วิเคราะห์โอกาสของ‘ผู้ท้าชิง’ สมรภูมิเลือกผู้ว่าฯกทม.

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.

3 แหล่งข่าวยืนยัน

Matichon Weekly

หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการต่อสนามการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นหลังหมดวาระการดำรงตำแหน่งลงในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้กำหนดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569

Key facts

Summary

ประการต่อมาจะเห็นว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ว่าฯกทม. ที่ผ่านมาไม่สามารถขับเคลื่อนอะไรให้เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติด ควันพิษ แหล่งเสื่อมโทรม ยาเสพติด ทั้งหมดแก้ไม่ได้ พอมองลงไปลึกๆ หลายยุคหลายสมัย ทุกอย่างที่กล่าวมายังแก้ไขไม่ได้เช่นกัน ทำให้คนกรุงเทพฯไม่รู้ว่าจะเลือกใคร แม้กระทั่งพรรคประชาชนเองยืนหยัด สนับสนุนการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ก็ยังไม่ทุ่มเทเต็มที่ หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงๆ สำหรับสนามการเมืองท้องถิ่น จะต้องมีการเปิดตัวตั้งนานแล้ว และจะต้องพยายามเรียนรู้และสื่อสารกับสังคมว่า

สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มองว่าไม่มีอะไรที่น่าตื่นตา ตื่นใจ ประการแรกปัญหาของกรุงเทพฯมีความซับซ้อนในเชิงโครงสร้าง เพราะกรุงเทพฯเป็นการปกครองท้องถิ่นพิเศษ แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอะไรได้มาก เมื่อใครถูกเลือกไปเป็นผู้ว่าฯกทม.จะทำงานได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่จะเป็นงานรูทีน หรืองานประจำที่ต้องทำซ้ำๆ ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เป็นประจำทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ ที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบเท่านั้นเอง

หากเปรียบเทียบ ชัชชาติกับชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ จากพรรคประชาชน ในการลงสมัครผู้ว่าฯกทม. วัดบารมีทางการเมือง ชัชชาติได้เปรียบกว่าเยอะมาก หากให้คะแนนคือ 9 ต่อ 1 ชัชชาติได้เปรียบในเรื่องการบริหารกรุงเทพฯมากกว่ามีนโยบาย ถึงแม้ว่าจะรู้ปัญหากรุงเทพฯจะแก้ไขปัญหาอย่างไร และยังแก้ไม่สำเร็จก็ตาม ส่วนกรณีของ ดร.โจ พรรคประชาชนเลือกมา หากมองให้ลึกคิดว่า พรรคประชาชนไม่มีตัวเลือกเหมือนกัน ดูไปแล้วเหมือนเล่นลิเกมากกว่า เสนอแนวคิดในเรื่องเมืองอนาคต มองว่ากรุงเทพฯบริหารงานง่ายๆ และไม่เข้าใจปัญหาความซับซ้อนในการบริหาร