Matichon
รัฐบาล ดัน รถเก่าแลกใหม่ หนุนรถบรรทุก-รถโดยสารสาธารณะ ใช้ EV ลดมลพิษภาคขนส่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รัฐบาลดัน DLT-TMS ยกระดับโลจิสติกส์ดิจิทัล ลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เตรียมแผน “รถเก่าแลกใหม่” หนุนผู้ประกอบการใช้ EV ส่งเสริมขนส่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Key facts
- รัฐบาลดัน DLT-TMS ยกระดับโลจิสติกส์ดิจิทัล ลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เตรียมแผน “รถเก่าแลกใหม่”
- เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม เดินหน้ายกระดับระบบขนส่งทางถนนและโลจิสติกส์ไทย ตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)
- ผ่านการใช้ข้อมูลบริหารจัดการการขนส่ง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
- นอกจากนี้ ในระยะต่อไป รัฐบาลยังเตรียมเสนอ “โครงการรถเก่าแลกใหม่”
Summary
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การพัฒนาระบบ DLT-TMS (Transport Management System) ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลกลางด้านการขนส่งทางถนน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนการขนส่ง ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และกำหนดนโยบายด้านการขนส่งสินค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งของประเทศ
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม เดินหน้ายกระดับระบบขนส่งทางถนนและโลจิสติกส์ไทย ตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งให้ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคโลจิสติกส์ไทย และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในระยะต่อไป รัฐบาลยังเตรียมเสนอ “โครงการรถเก่าแลกใหม่” สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดมลพิษจากภาคขนส่ง ควบคู่กับการผลักดันมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก (Q Mark) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับการรับรองแล้ว 462 ราย ครอบคลุมรถบรรทุกกว่า 64,000 คัน