Prachachat
พักโทษ-อิสรภาพ ทักษิณ ภาระ-พันธะใหม่ ฟื้นเพื่อไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
11 พฤษภาคม เป็นอีเวนต์ใหญ่ของคนเสื้อแดง คนเพื่อไทย และคนตระกูลชินวัตร
Key facts
- อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องกลับเข้าเรือนจำจากปมที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่ง “บังคับโทษ”
- นายทักษิณจึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 คือเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3
- แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กพูดแทนทักษิณ หลังเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้ายเป็นครั้งที่ 61 ก่อนการปล่อยตัว ถึงการที่พ่อของเธอกลับไปพักโทษที่บ้านจันทร์ส่องหล้าว่า “หากได้ออกมาแล้ว คุณพ่ออยากจะทำอะไรนั้น ท่านก็ไม่ได้มีอะไรมาก
- นอกจากเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ครอบครัว “ชินวัตร”
- จะไปต้อนรับหลังจากได้รับอิสรภาพแล้ว ยังมีคนเสื้อแดงที่เตรียมตั้งเวทีตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 พฤษภาคม เป็นการนับถอยหลังสู่อิสรภาพของผู้นำจิตวิญญาณ
- อดีต สส.สมุทรปราการ แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวว่า จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษเริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 10 พฤษภาคม ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือเรือนจำคลองเปรม จะมีการนัดรวมตัวคนเสื้อแดง เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนายทักษิณออกจากเรือนจำในช่วงเช้าวันที่ 11
Summary
บุคลากรการเมืองอาวุโสในพรรคเพื่อไทยประเมินผลเชิงบวก สำหรับการที่ “ทักษิณ” ได้รับอิสรภาพว่า จะเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในยุคแพทองธารคู่ขนานนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และมีการปรับยุทธศาสตร์ “พรรคขนาดกลาง” คาดหวังว่าบทบาทของทักษิณจะส่งผลให้เกิดยุทธศาสตร์ใหม่ ผสมผสานระหว่างคนรุ่นเพื่อนลูก-กับเครือข่ายพรรคพวกพ่อ
กรมราชทัณฑ์ชี้แจงการ “พักโทษ” ของ “ทักษิณ” ตอนหนึ่งว่า “ทักษิณ ต้องโทษจำคุกรวม 3 คดี ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี โดยต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยว่า การบังคับโทษไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจถือเอาช่วงระยะเวลาที่จำเลยอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจมาหักเป็นวันคุมขังได้”
“จึงมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลยมีกำหนด 1 ปี ดังนั้น การบังคับโทษ 1 ปีของนายทักษิณจึงมิใช่กรณีกระทำความผิดซ้ำ ตามมาตรา 92 หรือมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น และมิใช่กรณีเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้วกลับมากระทำความผิดอีกภายในห้าปี นับแต่วันที่พ้นโทษจำคุกคราวก่อน”