Matichon
‘ประเสริฐ’ ถกผู้ทรงคุณวุฒิ-นักวิชาการ ยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่คาดสรุปผลพ.ค. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… โดยมีนาย มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาฯ ผู้แทนพรรคการเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า การประชุมวันนี้เป็นการทำเวิร์คช้อป โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้ามาหารือร่วมกัน ทั้งผู้บริหารศธ. ผู้แทนจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ตัวแทนพรรคการเมือง เป็นต้น
Key facts
- นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า จากนี้คณะทำงานจะนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุม และรวบรวมความคิดเห็น ที่จะเสนอเข้ามาเพื่อสรุปให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ควรมีข้อกฎหมายที่ตั้งเป็นหลักการไว้ โดยไม่ต้องลงลึกรายละเอียด
Summary
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… โดยมีนาย มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาฯ ผู้แทนพรรคการเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า การประชุมวันนี้เป็นการทำเวิร์คช้อป โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้ามาหารือร่วมกัน ทั้งผู้บริหารศธ. ผู้แทนจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ตัวแทนพรรคการเมือง เป็นต้น
“ก่อนหน้านี้มีการสัมนาปฏิบัติการในนโยบาย 5 ด้าน 1ใน 5 ด้าน คือ การสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา สถาปัตยกรรมใหม่ มีการพูดถึงร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด วันนี้เราเชิญ จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือ ทั้งนี้ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปแนวทางที่ชัดเจน และยังเปิดรับความคิดเห็นเพิ่มเติมในช่องทางต่าง ๆ เพื่อเร่งขับเคลื่อน ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ อย่างไรก็ตามการผลักดันเรื่องนี้ถือเป็นความตั้งใจของทุกภาคส่วน และเป็นเรื่องที่ค้างมานานหลายปี
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า จากนี้คณะทำงานจะนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุม และรวบรวมความคิดเห็น ที่จะเสนอเข้ามาเพื่อสรุปให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ควรมีข้อกฎหมายที่ตั้งเป็นหลักการไว้ โดยไม่ต้องลงลึกรายละเอียด แต่ให้ไปกำหนดไว้ในกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปรับแก้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต และเพื่อให้การดำเนินการรวดเร็ว หากกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ก็ขอให้เป็นการทำงานคูขนาน