Prachachat
ศาลการค้าสหรัฐคว่ำแผน B ภาษี 10 % มาตรา 122 -ทรัมป์เดินหน้าแผน C มาตรา 301
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
ศาลการค้ากลางสหรัฐประกาศว่ามาตรการภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกของประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นความเสียหายครั้งใหม่ต่อแผนเศรษฐกิจเสาหลักของรัฐบาล เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ศาลสูงสุดยกเลิกมาตรการภาษีแบบต่างตอบโต้ (Reciprocal tariff) แต่ภาษีจะยังคงถูกเรียกเก็บจากผู้นำเข้าส่วนใหญ่ในระหว่างที่ฝ่ายบริหารกำลังยื่นอุทธรณ์ ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่ารัฐบาลกำลังสอบสวนตามมาตรา 301 ในฐานะแผน C
Key facts
- บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และแอ็กซิออส (Axios) รายงานเมื่อ 7 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่า คณะผู้พิพากษา 3 คนที่ศาลการค้าระหว่างประเทศ (The US Court of International Trade) ในเขตแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นศาลระดับรัฐบาลกลางมีมติเสียงแตก 2 ต่อ 1
- ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 122 นั้นเป็น “วลีที่เปลี่ยนแปลงได้”
- ศาลเสียงข้างมากสรุปว่า คำประกาศของทรัมป์ที่กำหนดภาษีดังกล่าวล้มเหลวในการระบุว่าการขาดดุลดังกล่าวมีอยู่จริงตามความหมายของกฎหมายปี 1974 แต่กลับใช้ “การขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาแทนที่”
- โจทก์กล่าวว่า วิกฤตการณ์ทางการเงินประเภทที่กฎหมายนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ไขนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลยนับตั้งแต่สหรัฐเลิกใช้ระบบมาตรฐานทองคำในทศวรรษ 1970
Summary
คำตัดสินศาลการค้าถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุด หลังจากศาลสูงสุดตัดสินว่าภาษีต่างตอบโต้ (Reciprocal tariff) มิชอบด้วยกฎหมาย โดยในครั้งนี้ศาลการค้าปฏิเสธจุดยืนของฝ่ายบริหารที่ว่า “การขาดดุลการชำระเงิน” ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 122 นั้นเป็น “วลีที่เปลี่ยนแปลงได้” ศาลเสียงข้างมากสรุปว่า คำประกาศของทรัมป์ที่กำหนดภาษีดังกล่าวล้มเหลวในการระบุว่าการขาดดุลดังกล่าวมีอยู่จริงตามความหมายของกฎหมายปี 1974 แต่กลับใช้ “การขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาแทนที่”
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และแอ็กซิออส (Axios) รายงานเมื่อ 7 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่า คณะผู้พิพากษา 3 คนที่ศาลการค้าระหว่างประเทศ (The US Court of International Trade) ในเขตแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นศาลระดับรัฐบาลกลางมีมติเสียงแตก 2 ต่อ 1 ให้ยกเลิกมาตรการภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกำหนดภาษี 10% ในเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้มาตรา 122 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 ตามคำร้องของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและรัฐต่าง ๆ กว่า 24 รัฐ ซึ่งส่วนใหญ่นำโดยพรรคเดโมแครต
แตกต่างจากคำสั่งศาลสูงสุด ซึ่งออกคำสั่งห้ามทั่วประเทศครอบคลุมผู้นำเข้าทั้งหมดในตอนแรก แต่คำสั่งศาลการค้าในคดีนี้มีขอบเขตแคบกว่า กล่าวคือศาลการค้าตัดสินว่าภาษีผิดกฎหมายและออกคำสั่งห้ามถาวร แม้ว่าจะเฉพาะกับโจทก์ในคดีนี้เท่านั้น (และคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าฝ่ายบริหารจะขอให้ศาลอุทธรณ์กลางระงับคำสั่งก่อนที่จะมีผลบังคับใช้)