BBC Thai
อนุทินเผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ขณะที่ ปชน.-ปชป. เห็นพ้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้ลงนามเพื่อนำร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไปแล้ว ขณะที่ 2 ฝ่ายเตรียมยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการตรา พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาล "อนุทิน" ไม่ชอบด้วยเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
Key facts
- นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้ลงนามเพื่อนำร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไปแล้ว
- ความเคลื่อนไหวของ 2 พรรคฝ่ายค้านเกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อ 5 พ.ค. ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการออก พ.ร.ก. นี้ไว้ 2 ข้อคือ 1
- มาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน นายกรณ์เห็นด้วยว่า ประชาชนเดือดร้อนจริง ปัญหาน้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน แต่มองว่ารัฐบาลมีทางเลือกอื่น ไม่ว่าจะเป็น การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าโอนงบได้เพียง 5 หมื่นล้านบาท,
- น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือมีแผนที่ 2 ยัดไส้มา คือการปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งเธอมองว่าหากรออีก 3 เดือนให้ไปอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก็ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงอะไรที่เปลี่ยนไปเลย
- เขาแจกแจงว่ารัฐบาลมีงบเหลืออยู่ราว 4 หมื่นล้านบาทคือ งบกลางสำรองฉุกเฉินของงบประมาณปี 2569 เหลือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 เดิมคาดว่าจะสามารถโอนงบได้ 8-9 หมื่นล้านบาท
- รมว.คลังวางแนวทางโครงการคนละครึ่งพลัส 60:40 เอาไว้ว่า อาจจะให้เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน นั่นหมายความว่าประชาชนจะใช้เงินประมาณ 4,000 บาท โดยจะเปิดมีการลงทะเบียนใหม่ 30 ล้านสิทธิ์
Summary
ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้ ครม. เสนอ พ.ร.ก. นั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจเพียง "อนุมัติ" หรือ "ไม่อนุมัติ" เท่านั้น แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของกฎหมายได้ ทั้งนี้ในการอนุมัติ พ.ร.ก. กำหนดว่า ถ้า สส. ไม่อนุมัติ โดยการลงคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภา ให้ พ.ร.ก. ฉบับนั้นตกไป ถ้า สส. อนุมัติ แต่ สว. ไม่อนุมัติ และ สส. ยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภา ให้ พ.ร.ก. มีผลใช้บังคับเป็น พ.ร.บ. ต่อไป
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. แถลงภายหลังการประชุม สส. ของพรรควันนี้ (7 พ.ค.) ว่า พรรคได้หารือเรื่องนี้อย่างรอบคอบและได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือการ "สอดไส้" และ "ตีเช็คเปล่า"
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า จำเป็นจะต้องยื่นคำร้องให้ทันภายใน 11-12 พ.ค. ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะประชุมและอนุมัติ พ.ร.ก. ดังกล่าวในวันที่ 14 พ.ค.