The Standard
ศิริกัญญาเตือนรัฐบาลอย่าใช้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ เป็นตัวประกัน หากถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การพิจารณาการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเป็นวาระลับเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ถูกฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า การนำโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาวมารวมกับงบประมาณเยียวยาประชาชนระยะสั้น อาจเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
Key facts
- กระทั่งวันนี้ (7 เมษายน) ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำประเด็นนี้ตั้งกระทู้ถามสดต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในวาระการพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
- นอกจากนี้ ศิริกัญญายังเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแผนการชำระหนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาระต่องบประมาณดังเช่นการกู้เงินนอกงบประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทของรัฐบาลชุดก่อน พร้อมเตือนว่าหาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ถูกยื่นตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญ
- ศิริกัญญา อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดเพียง 11 มาตรา โดยรัฐบาลแบ่งวงเงินออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก 2 แสนล้านบาทสำหรับการเยียวยาประชาชน รัฐบาลมีแผนใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัส 60:40 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมาย
- ทางด้านภราดรชี้แจงถึงความจำเป็นในการกู้เงินว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตพลังงาน ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพของประชาชน ในขณะที่รัฐบาลมีข้อจำกัดทางคลังอย่างหนัก โดยงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินในงบประมาณปี 2569
Summary
ทางด้านภราดรชี้แจงถึงความจำเป็นในการกู้เงินว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตพลังงาน ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพของประชาชน ในขณะที่รัฐบาลมีข้อจำกัดทางคลังอย่างหนัก โดยงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินในงบประมาณปี 2569 เหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ คาดว่าจะดำเนินการได้เพียง 2-3 หมื่นล้านบาท รวมแล้วรัฐบาลจะมีเม็ดเงินพร้อมใช้เพียง 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบรรเทาผลกระทบ รัฐบาลจึงต้องกู้เงิน 4
ศิริกัญญา อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดเพียง 11 มาตรา โดยรัฐบาลแบ่งวงเงินออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก 2 แสนล้านบาทสำหรับการเยียวยาประชาชน รัฐบาลมีแผนใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัส 60:40 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน และการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 52,800 ล้านบาท รวมเป็นการใช้เงิน 172,800 ล้านบาทภายในระยะเวลา 4 เดือนแรก
ศิริกัญญาตั้งคำถามถึงหลักการมุ่งเป้าของโครงการคนละครึ่งที่เป็นการลงทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง ซึ่งอาจไม่สามารถคัดกรองและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อเกิน 4 เดือน รัฐบาลจะไม่มีงบประมาณเหลือสำหรับการเยียวยาในระยะต่อไป