Prachachat
ทวี ตั้งคำถาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ควรโอนงบก่อนเพิ่มหนี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ตั้งคำถาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ประชาชนต้องจ่าย แต่ใครได้ประโยชน์ เสนอโอนงบฯ 2569 ที่ไม่จำเป็น-ใช้วิธีไม่กู้เงินก่อน ชี้ต้องถูกใช้เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพื่อกลุ่มทุนที่ได้สัมปทานผูกขาด
Key facts
- หากพิจารณาจากข้อมูล หนี้สาธารณะ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ 2568 คือวันที่ 30 กันยายน 2568 มีหนี้สาธารณะคงค้างรวมอยู่ที่ 12,226,290.33 ล้านบาท ล่าสุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 12,681,203.98 ล้านบาท
- ภาวะ “เสพติดหนี้” หนี้โตเร็วกว่าเศรษฐกิจ 2 เท่า
- ในช่วงปี 2566-2569 รัฐบาลมีการกู้เงินเฉลี่ยสูงถึงปีละ 8 แสนล้านบาท แต่กลับสร้างการเติบโตของ GDP ได้เพียงปีละ 4 แสนล้านบาท นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าหนี้ขยายตัวเร็วกว่าฐานเศรษฐกิจของประเทศถึง 2 เท่า
- ล่าสุด พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องการใช้หนี้ที่ประชาชนต้องร่วมกันจ่าย แต่ผลประโยชน์อยู่กับกลุ่มอื่น พร้อมให้มุมมองว่า
- ท่ามกลางวิกฤตทางการคลังที่หนักหน่วง รัฐบาลเดินหน้ากู้เงินมหาศาลผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉบับใหม่วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลเรื่องช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ
- ระบุข้อความว่า “ปี 2569 รัฐบาล กู้ใหม่ 4 แสนล้าน ทับกู้เดิม 8.6 แสนล้าน รวม 1.26 ล้านล้าน ใครได้ประโยชน์
Summary
กับสนับสนุนใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 อีก 860,000 ล้านบาท ทำให้ยอดการก่อหนี้ในปีเดียวสูงถึง 1,260,000 ล้านบาท
ล่าสุด พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องการใช้หนี้ที่ประชาชนต้องร่วมกันจ่าย แต่ผลประโยชน์อยู่กับกลุ่มอื่น พร้อมให้มุมมองว่า การกู้หนี้ต้องถูกไปใช้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ไม่ใช่กู้มาใช้หนี้ให้กลุ่มทุนที่ได้สัมปทานผูกขาด
หากพิจารณาจากข้อมูล หนี้สาธารณะ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ 2568 คือวันที่ 30 กันยายน 2568 มีหนี้สาธารณะคงค้างรวมอยู่ที่ 12,226,290.33 ล้านบาท ล่าสุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 12,681,203.98 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อกู้เพิ่มครบจำนวนจะส่งผลให้หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ( 30 กันยายน 2569) พุ่งสูงถึงประมาณ 13,486,290.33 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 68.97% ของ GDP (คาดการณ์ GDP ที่ 19.5 ล้านล้านบาท) ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะกำหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP