Prachachat
พรรคประชาชน มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน ชวน ปชป. ร่วมลงชื่อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
พรรคประชาชน เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 11-12 พ.ค.นี้ ย้ำประชาธิปัตย์-พรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมได้ แต่ต้องให้ ปชน.เขียนคำร้อง ด้านพรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัด ชี้เป้าหมายเดียวกัน
Key facts
- เมื่อถามว่า กรณีเงิน 2 แสนล้านบาท มีการพูดกึ่งยอมรับว่าไม่ได้มีโครงการเท่ากับเป็นการยอมรับว่าตีเช็คเปล่าใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ จริง ๆ ทางรัฐมนตรีก็รับเองว่ายังไม่ได้มีตัวโครงการ ต้องรอให้หน่วยราชการชงเรื่องขึ้นมา
- ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคประชาชนจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และมาตร 173 หรือไม่
- ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษาพรรคด้านกฎหมาย
- เมื่อถามว่า ร่างที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะเสร็จทันหรือไม่ เนื่องจากจะมีการนำร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวเข้าสภาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้แล้ว นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการส่วนนี้เราได้ประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่น ๆ แล้ว
- ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเสริมว่า ตามที่มีการตั้งกระทู้ถามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีนายภราดรมาตอบกระทู้แทนว่า เพราะคนเดือดร้อนถ้วนหน้าเลยแจก 30 ล้านคน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ควรจะแจกแบบถ้วนหน้า
- น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนมองว่ารอบนี้มันก้ำกึ่ง เพราะรวมทั้งคนละครึ่งและโครงการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัวเลขก็ยังอยู่ที่ราว ๆ 44 ล้านคน แสดงว่ามีคนส่วนหนึ่งตกหล่นแน่ ๆ ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เดือดร้อนที่สุดก็ได้
Summary
แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เราต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบมากที่สุดก็คือ ต้องระมัดระวังการใช้อำนาจตามช่องทางในส่วนนี้ที่จะไม่เป็นการไปขยายขอบเขตการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ฉะนั้น ในส่วนของตัวคำร้องนั้นพรรคประชาชนจะเป็นแกนหลักในการยกร่างเอง
โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น คือการพยายามสอดไส้ตีเช็คเปล่ากู้เงิน 2 แสนล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเอาเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เป็นการมัดรวมมาในการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทั้ง ๆ ที่การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้นจริง ๆ ต้องใช้เวลาหลายปี
พรรคประชาชนจึงพร้อมใช้อำนาจนิติบัญญัติในการเข้าชื่อตามคำร้องที่พรรคประชาชนเป็นคนยกร่างในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นลำดับถัดไป