Prachachat
‘ชัชชาติ’ เปิดที่มา ทำไมรายรับปี’68 สูงกว่ารายจ่าย 5,000 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
‘ชัชชาติ’ เผยปี ’68 รายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,000 ล้าน ย้ำใช้หลัก ‘งบประมาณสมดุล’ ควบคู่ประหยัด-เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ แจงเงินหนี้ BTS กว่า 6 หมื่นล้าน ดึงจากเงินสะสมมาโปะ
Key facts
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กทม. ปีงบประมาณ 2568 มีรายรับสูงกว่าประมาณการ ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ ส่งผลให้ดุลการใช้จ่ายมีรายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,395.56
- นายชัชชาติกล่าวย้ำถึงกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่นำไปชำระหนี้ BTS มาจากเงินสะสมตั้งแต่สมัยก่อนนั้น ผมไม่ได้บอกว่าเงินนี้เกิดจากผมเพียงคนเดียว แต่เป็นเงินที่สะสมต่อเนื่องกันมา หน้าที่ของเราในช่วง 3
Summary
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กทม. ปีงบประมาณ 2568 มีรายรับสูงกว่าประมาณการ ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ ส่งผลให้ดุลการใช้จ่ายมีรายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,395.56 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ในการจัดทำงบประมาณของกรุงเทพมหานคร เราจัดทำแบบ “งบประมาณสมดุล” คือรายรับและรายจ่ายเท่ากัน
โดยเริ่มจากการประมาณการรายรับและวางแผนรายจ่ายให้สอดคล้องกัน เนื่องจาก กทม.จะไม่ก่อหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการกู้เงิน อย่างไรก็ตามหากสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประหยัดค่าใช้จ่ายลง เช่น การประมูลงานที่ได้ราคาต่ำลง จะทำให้เกิดส่วนต่างขึ้น เช่นในปี 2568 ที่มีส่วนต่างสะสมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่าเคยมีทั้งช่วงที่มีเงินเพิ่มขึ้นและช่วงที่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่รายได้ลดลง ถือเป็นเรื่องปกติ
ส่วนหนึ่งที่เราพยายามบริหารจัดการให้มีเงินเหลือมากที่สุด เนื่องจาก กทม.มีภาระค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้ BTS ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ไม่ได้มาจากงบประมาณปกติ แต่มาจากเงินสะสมจ่ายขาด ซึ่งเป็นเงินที่สะสมต่อเนื่องมาหลาย 10 ปี การนำเงินก้อนนี้ไปชำระหนี้กว่า 60,000 ล้านบาท อาจส่งผลให้ในอนาคตหากเงินส่วนนี้หมดลง ผู้บริหารชุดใหม่ที่เข้ามาอาจประสบปัญหาขาดงบประมาณสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินได้