Thairath
รัฐบาลลุยดูแลผลกระทบสารปนเปื้อนแม่น้ำกก ควบคู่ผลักดันสิทธิที่ดินทำกินและป่าชุมชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ลลิดา” เผย “รัฐบาลอนุทิน” เดินหน้าดูแลผลกระทบสารปนเปื้อนแม่น้ำกก ควบคู่ผลักดันสิทธิที่ดินทำกินและป่าชุมชน สร้างความมั่นคงให้ประชาชนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
Key facts
- ในส่วนของการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน รัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนกว่า 800,000 ราย พร้อมตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ป่า
- ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 6 ล้านไร่ และมีประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันกว่า 4 ล้านคน โดยรัฐบาลยังผลักดันระบบคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเต็มที่
- รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จากกรณีกระทู้ถามของนายเกรียงยศ สุดลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
- ในส่วนของการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนตกค้าง กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความชัดเจนและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ขณะที่การพิจารณาด้านความปลอดภัยของสัตว์น้ำและผลกระทบต่อสุขภาพ
Summary
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก รวมถึงปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า ซึ่งรัฐบาลได้เร่งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องฃ
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานติดตามปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และมีการประสานงานร่วมกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งทีมลงพื้นที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการลดผลกระทบต่อแม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาค
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน รัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนกว่า 800,000 ราย พร้อมตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ป่า ควบคู่กับการส่งเสริม “ป่าชุมชน” ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 6 ล้านไร่ และมีประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันกว่า 4 ล้านคน โดยรัฐบาลยังผลักดันระบบคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเต็มที่