The Standard
ชั่งน้ำหนัก ‘แลนด์บริดจ์’ อภิมหาโปรเจกต์ 1 ล้านล้าน รัฐบาลตั้งคณะกรรมการก่อนเคาะเดินหน้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ‘แลนด์บริดจ์’ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ระหว่างจังหวัดชุมพรและระนอง เป็นอภิมหาโปรเจกต์ทางโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท ถูกพูดถึงและถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ทั้งในแง่ความเป็นไปได้ของโครงการ และข้อกังวลต่อผลกระทบเชิงลบ โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ หรือผลเสียมากกว่ากัน
Key facts
- โครงการแบ่งการพัฒนาเป็น 4 ระยะ วงเงินรวมประมาณ 1.001 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าเปิดให้บริการระยะแรกในปี 2573 และพัฒนาเต็มศักยภาพภายในปี 2582
- ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 133/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ผลดี ผลเสีย ความเป็นไปได้ ตลอดจนผลกระทบในมิติต่างๆ
- กรรมการโดยตำแหน่ง (ฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ)
- โครงการนี้มีแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง ได้แก่ แหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร โดยทั้งสองฝั่งจะรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้สูงถึงฝั่งละ 20 ล้าน TEUs พร้อมโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อระยะทางประมาณ 89.35 กิโลเมตร
Summary
สำหรับหัวใจสำคัญของคำสั่งนี้ คือ การสร้างความรอบคอบ ท่ามกลางกระแสภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความแน่นอนของระบบขนส่งทางทะเล คณะกรรมการชุดนี้จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นมันสมอง ในการประเมินความเป็นไปได้และผลกระทบในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่ระดับล้านล้านบาท ไม่ถูกขับเคลื่อนเพียงด้วยนโยบาย แต่ผ่านการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จากข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ รวมถึงภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังนี้
ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 133/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ผลดี ผลเสีย ความเป็นไปได้ ตลอดจนผลกระทบในมิติต่างๆ ก่อนผลักดันโครงการสู่การปฏิบัติจริง
โครงการแบ่งการพัฒนาเป็น 4 ระยะ วงเงินรวมประมาณ 1.001 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าเปิดให้บริการระยะแรกในปี 2573 และพัฒนาเต็มศักยภาพภายในปี 2582