Matichon
โฆษกรัฐบาล เมิน ปชป. จ่อยื่นศาลรธน.ปม กู้ 4 แสนลบ. ยัน รัฐบาลจำเป็นใช้แก้วิกฤต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพ.ร.ก.กู้เงิน ของรัฐบาลมีความจำเป็นและเร่งด่วนหรือไม่ ว่า เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย แต่รัฐบาลยืนยันว่า การเร่งออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน
Key facts
- รัฐบาล จึงกำหนด 2 แนวทางดำเนินการ ได้แก่ การเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสู่ผลระยะยาว
- ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ และเพิ่มเงินแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และยังเป็นการช่วยกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ
- น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่มองว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบและเสนอให้ใช้กระบวนการงบประมาณปกติ อยากให้เข้าใจความเป็นจริงว่างบประมาณปกติถูกจัดไว้ล่วงหน้า การปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา ทำให้เกิดความล่าช้า
- รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความจำเป็นในการดูแลประชาชนและประคับประคองเศรษฐกิจประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงมุ่งให้เกิดผลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
Summary
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพ.ร.ก.กู้เงิน ของรัฐบาลมีความจำเป็นและเร่งด่วนหรือไม่ ว่า เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย แต่รัฐบาลยืนยันว่า การเร่งออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่มองว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบและเสนอให้ใช้กระบวนการงบประมาณปกติ อยากให้เข้าใจความเป็นจริงว่างบประมาณปกติถูกจัดไว้ล่วงหน้า การปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา ทำให้เกิดความล่าช้า ที่สำคัญไม่เพียงพอที่จะสู้กับวิกฤตเนื่องจากเราอยู่ช่วงครึ่งหลังปีงบประมาณ ซึ่งงบประมาณใหม่จะเริ่มในเดือนตุลาคม อาจไม่ทันให้เรารับมือกับวิกฤตตอนนี้ จึงจำเป็นต้องใช้กลไกพ.ร.ก.ช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าได้ทันท่วงที และยืนยันว่าการดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง
“รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความจำเป็นในการดูแลประชาชนและประคับประคองเศรษฐกิจประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงมุ่งให้เกิดผลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่วนฝ่ายค้านก็คงมีดุลพินิจที่แตกต่างไป”
รัฐบาล จึงกำหนด 2 แนวทางดำเนินการ ได้แก่ การเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสู่ผลระยะยาว