Prachachat
แลนด์บริดจ์ ในเงาภูมิใจไทย เมกะโปรเจ็กต์จาก ประยุทธ์ สู่ อนุทิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แลนด์บริดจ์เป็น “เมกะโปรเจ็กต์” ใหญ่ เม็ดเงินลงทุนเฉียด 1 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลอนุทิน 2 ประกาศเดินหน้า โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 28 เมษายน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยมอบหมายให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคมไป “อัพเดต” ผลศึกษาความเป็นไปได้ “โครงการแลนด์บริดจ์” ให้เป็นปัจจุบัน ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง
Key facts
- จะถูกขับเคลื่อนจริงจัง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยที่คุมอำนาจการบริหารประเทศ 2 ปี ภายใต้นายกรัฐมนตรี 2 คน เศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร
- ให้นโยบายหน่วยงานภายใต้สังกัดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2563 เร่งผลักดันโครงการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หนึ่งในนั้นคือโปรเจ็กต์ที่เชื่อมขนส่งระหว่างชุมพร-ระนอง
- ต่อมา 4 กุมภาพันธ์ 2564 รัฐบาลได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2564 ได้ประกาศให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) ซึ่งการพัฒนาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
- พ้นจากเก้าอี้นายกฯ 4 วัน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้นำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการทุกประเด็น พบว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน (EIRR) คิดเป็น 17.38%
- ต่อมา 22 เมษายน 2565 คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ที่มี “ศักดิ์สยาม”
- ได้ระบุเมื่อเดือนมกราคม 2566 โดยมั่นใจว่าจะชงวาระแลนด์บริดจ์เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ทันก่อนหมดสมัย แต่ก็มีการยุบสภา
Summary
รัฐบาลอนุทินไม่เคยทิ้งโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะหลังจากพลิกข้างได้เป็น “รัฐบาลเฉพาะกิจ” 4 เดือน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่นั่งเป็นรองนายกฯควบ รมว.คมนาคม อีกหมวกหนึ่งเป็น “ขุนพลภาคใต้” ของพรรคสีน้ำเงิน ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการ
แม้ที่ผ่านมา “โครงการแลนด์บริดจ์” จะถูกขับเคลื่อนจริงจัง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยที่คุมอำนาจการบริหารประเทศ 2 ปี ภายใต้นายกรัฐมนตรี 2 คน เศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร
แต่หากลงลึกในรายละเอียด “โครงการแลนด์บริดจ์” มีจุดตั้งต้นภายหลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรัฐบาลประยุทธ์ 1 ต้องการยกเศรษฐกิจภาคใต้ ด้วยการวางแผนพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (SEC) คล้ายกับพื้นที่ EEC ของฝั่งตะวันออก