Prachachat
ฮุน มาเนตแจ้งใช้ “ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ UNCLOS” พื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีป หลังไทยเลิก MOU 44
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศใช้กลไก “ไกล่เกลี่ย” หรือ “ประนีประนอมภาคบังคับ” ตาม UNCLOS เพื่อแก้ปัญหาการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีปที่เป็นข้อพิพาทกับไทย และแสดงความเสียใจที่ไทยยกเลิก MOU 44 แต่เพียงฝ่ายเดียว
Key facts
- นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศใช้กลไก “ไกล่เกลี่ย”
- นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศบน เฟซบุ๊ก ว่า วันนี้กัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะดําเนินการตามกลไก “การประนีประนอมภาคบังคับ”
- นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่บันทึกความเข้าใจนี้มีบทบาทสําคัญในกรอบการทํางานทวิภาคีที่ตกลงกันร่วมกันสําหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่ทับซ้อนกัน
- การยกเลิกข้อตกลงไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา แต่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของผม ข้อตกลงนี้ดำเนินมา 25 ปีแล้ว และไม่มีความคืบหน้าใดๆ”
Summary
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่บันทึกความเข้าใจนี้มีบทบาทสําคัญในกรอบการทํางานทวิภาคีที่ตกลงกันร่วมกันสําหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่ทับซ้อนกัน การมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของความร่วมมือและความปรารถนาดีร่วมกัน
นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศบน เฟซบุ๊ก ว่า วันนี้กัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะดําเนินการตามกลไก “การประนีประนอมภาคบังคับ” หรือ “ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ”
เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ประเทศไทยได้ตัดสินใจถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจนี้เพียงฝ่ายเดียว สําหรับกัมพูชา เราให้ความสําคัญกับกลไกทวิภาคีที่สอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจนี้เสมอเพื่อจัดการกับพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันของเรา การถอนตัวเพียงฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจนี้จะปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีเพียงฉบับเดียว ซึ่งเป็นกรอบทวิภาคีเดียวที่ทั้งสองฝ่ายพึ่งพามานานกว่าสองทศวรรษ