The Standard
ปชป. มีมติเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สอบปมรัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ขัดกฎหมาย-ทำลายวินัยการคลัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
วันนี้ (5 พฤษภาคม) กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงจุดยืนของที่ประชุม สส. พรรคประชาธิปัตย์ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพิ่มเติม 4 แสนล้านบาท โดยระบุว่า พรรคได้หารือกันแล้วเห็นตรงกันว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามเงื่อนไขของ รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และเตรียมที่จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความถูกต้องในการใช้อำนาจของรัฐบาลครั้งนี้
Key facts
- ด้าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมว่าพรรคไม่ได้ต้องการขัดขวางการช่วยประชาชน แต่พบว่าในรายละเอียด 4 แสนล้านบาท มีการระบุถึงเรื่อง การปรับโครงสร้างพลังงาน ซึ่งต้องใช้เงินนับแสนล้านบาท
- ในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ประชาชนจะเดือดร้อนจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันแพง แต่เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤตมหภาค ปีที่แล้วโต 2.6% ปีนี้ก็ยังคาดว่าจะโตได้ 1.5% ไม่ได้ติดลบเหมือนครั้งก่อนๆ ที่สำคัญคือ รัฐบาลยังมีทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้ทันที
- นอกจากเรื่องงบประมาณ พรรคยังเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดและใช้เงินน้อยกว่า คือการให้กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงลิตรละ 7 บาท ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งให้ผู้ประกอบการ รวมถึงลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนทุกคนได้ทันที
- กรณ์อธิบายว่า ปกติรัฐบาลสามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลได้อยู่แล้วตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ซึ่งมีเพดานกำหนดไว้เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง ทำให้ฐานะการเงินของไทยยังมั่นคง แต่การจะออกเป็น พ.ร.ก. เพื่อกู้นอกงบประมาณได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่วิกฤต
- เราต้องการให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า หนี้ 4 แสนล้านนี้คือภาระของลูกหลานในอนาคต รัฐบาลต้องทำด้วยความรับผิดชอบและต้องเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ เมื่อมีทางอื่นให้เลือกแต่รัฐบาลไม่ทำ
Summary
กรณ์อธิบายว่า ปกติรัฐบาลสามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลได้อยู่แล้วตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ซึ่งมีเพดานกำหนดไว้เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง ทำให้ฐานะการเงินของไทยยังมั่นคง แต่การจะออกเป็น พ.ร.ก. เพื่อกู้นอกงบประมาณได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่วิกฤต เร่งด่วน และหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เหมือนเช่นวิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ หรือโควิด-19 ที่ส่งผลให้ GDP ติดลบอย่างรุนแรง
สำหรับข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์ กรณ์ระบุว่า รัฐบาลควรเร่งออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณ จากส่วนที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายหรือไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งน่าจะดึงมาใช้ได้ถึง 5 หมื่นล้านถึง 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีช่องว่างตามเพดานเงินกู้ในงบปี 2569 ที่สามารถออกเป็น พ.ร.บ. งบกลางปีได้อีกนับหมื่นล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะใช้ประคับประคองไปจนกว่างบปี 2570 จะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม
“ในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ประชาชนจะเดือดร้อนจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันแพง แต่เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤตมหภาค ปีที่แล้วโต 2.6% ปีนี้ก็ยังคาดว่าจะโตได้ 1.5% ไม่ได้ติดลบเหมือนครั้งก่อนๆ ที่สำคัญคือ รัฐบาลยังมีทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องไปกู้เงินเพิ่มให้เป็นภาระในอนาคต” กรณ์กล่าว