← Thailand feed

The Standard

​’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

The Standard ·

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สนธิญา สวัสดี ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาสั่งการโอนสำนวนคดีของ หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่ถูกจับกุมพร้อมคลังอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ไปอยู่ในความรับผิดชอบของ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือพิจารณาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมองว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน และมีแนวโน้มขยายผลเชื่อมโยงไปในหลายพื้นที่

​สนธิญา ได้ระบุถึงสาระสำคัญของข้อเรียกร้องในครั้งนี้ว่ามีเหตุผลหลัก 3 ประการ ประกอบด้วย การขอให้โอนคดีไปยังหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง บช.ก. หรือ DSI รวมถึงการเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบขบวนการปลอมแปลงสถานะทางสัญชาติและการสวมสิทธิทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตนเคยยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบไว้ก่อนหน้านี้

จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า หมิงเฉิน ซัน มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อำเภอเชียงดาวอย่างชัดเจน จึงเชื่อได้ว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้ดำเนินการหรือเตรียมก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ทำเป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรม เข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมายอีกหลายฉบับ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ

​นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องยังระบุถึงความกังวลว่าคดีนี้อาจมีความเชื่อมโยงลึกซึ้งไปถึงเครือข่ายบุคคลต่างชาติ ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย

สนธิญาจึงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเพื่อเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้ทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินอย่างเด็ดขาด

โดยหลังจากยื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. ในวันนี้แล้ว สนธิญามีกำหนดการที่จะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 2 วัน เพื่อขอให้ขยายผลตรวจสอบบุคคลและหน่วยงานรัฐที่อาจมีส่วนรู้เห็นหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

​ในตอนท้าย สนธิญา ได้กล่าวย้ำว่า ปัญหาของกลุ่มทุนจีนสีเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคที่รัฐบาลไทยต้องเร่งจัดการอย่างจริงจังและเด็ดขาด เนื่องจากกลุ่มอาชญากรเหล่านี้มักใช้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานปฏิบัติการหลัก และใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อการเดินทางและดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการกวาดล้างและขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อทวงคืนความสงบสุขและความมั่นคงของชาติ

### TAGS:

- LOADING...

Read the full article on the publisher site

The Standard →