← Thailand feed

The Standard

บอร์ด สปสช. เห็นชอบบัตรทองเพิ่มยา โรคเลือด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง-โรคหนังแข็งรุนแรง เพิ่มโอกาสเข้าถึงยา

The Standard ·

วันนี้ (12 พฤษภาคม) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยา 3 รายการที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นบริการตามประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ได้แก่

- ยาเลนาลิโดไมด์ (lenalidomide)

- ยาเบนดามัสทีน (bendamustine)

- ยาริทูซิแมบ (rituximab)

เพื่อเพิ่มทางเลือกการรักษาให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาจำเพาะและมีต้นทุนสูง โดยมอบให้คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ จัดหายาทั้ง 3 รายการ ภายในวงเงินไม่เกิน 12.1567 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากแผนจัดหายา ปีงบประมาณ 2569 สำหรับช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบจัดซื้อรวม เพื่อบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ควบคุมราคายา และประกันการเข้าถึงของผู้ป่วยอย่างทั่วถึง

“การเพิ่มยา 3 รายการนี้ แสดงถึงการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ กับคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และเป็นการยกระดับระบบบัตรทองที่ขยับไปสู่การดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องใช้ยาจำเป็นราคาแพง ให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยให้หน่วยบริการมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น” พัฒนากล่าว

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ยาทั้ง 3 รายการ เป็นยาที่มีความสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคซับซ้อน โดยยาเลนาลิโดไมด์ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางเอ็มดีเอส ชนิด 5q-syndrome ซึ่งช่วยลดอาการของโรค ลดความจำเป็นในการให้เลือดมากกว่า 50% และลดโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด AML

ขณะที่ยาเบนดามัสทีนใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด ช่วยเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตเมื่อเทียบกับยาเดิม ส่วนยาริทูซิแมบใช้รักษาผู้ป่วยโรคหนังแข็งที่มีโรคปอดอินเตอร์สติเชียล หรือ SSc-ILD ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้

สำหรับรายละเอียดการจัดหายา ประกอบด้วย ยาเลนาลิโดไมด์ ชนิดรับประทาน ประมาณการผู้ป่วย 30 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 3.06 ล้านบาทต่อปี ยาเบนดามัสทีน ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 494 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 22.20 ล้านบาทต่อปี และยาริทูซิแมบ ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 350 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 11.20 ล้านบาทต่อปี รวมภาระงบประมาณเฉพาะค่ายาทั้งปีประมาณ 36.47 ล้านบาท

โดยหลังจากนี้ สปสช. จะประสานโรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดหายา และเตรียมงบประมาณต่อเนื่องสำหรับปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ได้รับยาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนด

“การจัดซื้อรวมเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านงบประมาณ โดยเฉพาะยาที่มีราคาต่อหน่วยสูงหรือมีผู้จำหน่ายจำกัด ช่วยให้ประเทศสามารถต่อรองราคา วางแผนการใช้ยา และกระจายยาให้ถึงผู้ป่วยที่จำเป็นได้อย่างเป็นระบบ” เลขาธิการ สปสช. กล่าว.

### TAGS:

- LOADING...

Read the full article on the publisher site

The Standard →