Thai Post
‘ไอซ์ รักชนก’ กับอาการ ‘ส้มตกขอบ’…เสรีภาพสำหรับคนคิดเหมือนกัน!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ตั้งแต่ยุค “อนาคตใหม่” ต่อเนื่องมาถึง “ก้าวไกล” และปัจจุบันคือ “พรรคประชาชน” พยายามวางตัวเองในฐานะขบวนการการเมือง “ก้าวหน้า” ที่ยึดมั่นในเรื่อง “เสรีภาพ” และ “ประชาธิปไตย”
พวกเขาเติบโตขึ้นมาจากกระแสความไม่พอใจต่อรัฐรวมศูนย์ อำนาจนิยม และบรรยากาศทางการเมืองที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดในการแสดงความคิดเห็น จนทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากฝากความหวังไว้กับการเมืองแนวทางนี้
ภาพจำของ “พรรคส้ม” จึงผูกอยู่กับคำว่า “สังคมเปิด” เป็นกลุ่มการเมืองที่เชื่อในความหลากหลายทางความคิด ต่อต้านการใช้อำนาจรัฐเข้ามากำหนดว่า ประชาชนควรเชื่ออะไร ควรดูอะไร หรือควรคิดแบบไหน
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้สนับสนุนจำนวนมากมองว่า อย่างน้อย “พรรคส้ม” น่าจะเข้าใจคุณค่าของ “เสรีภาพ” ได้ดีกว่าการเมืองแบบเดิมที่พวกเขาเคยวิจารณ์มาตลอด
ในบรรดานักการเมืองของ “พรรคส้ม” ชื่อของ “ไอซ์ รักชนก” ถือเป็นหนึ่งในตัวแทนที่สะท้อนตัวตนของพรรคได้ชัดที่สุด เธอไม่ได้เป็นเพียง สส.บัญชีรายชื่อ ของ “พรรคประชาชน” เท่านั้น แต่ยังเป็นนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในโลกออนไลน์ เป็นกระบอกเสียงสำคัญของฐานมวลชนพรรค
หลายครั้ง “ไอซ์ รักชนก” ยังกลายเป็นคนที่พูดในสิ่งที่แนวร่วมของพรรคจำนวนมากคิดอยู่ในใจ แต่คนอื่นอาจยังไม่พูดออกมาตรง ๆ นั่นจึงทำให้ทุกคำพูด ทุกจุดยืน และทุกการขยับของเธอ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวอีกต่อไป
ผลสำรวจทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ยังสะท้อนว่า ความนิยมส่วนตัวของ “ไอซ์ รักชนก” สูงจนบางช่วงได้รับความสนใจมากกว่าหัวหน้าพรรคอย่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ด้วยซ้ำ
กรณีวิจารณ์โครงการสนับสนุน Soft Power ของ THACCA กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันที หลัง “ไอซ์ รักชนก” ออกมาวิพากษ์การอนุมัติงบให้ละคร “สอดสร้อยมาลา” เพราะมองว่าเป็นเนื้อหาที่ด้อยค่าคณะราษฎร
แต่สิ่งที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมจริง ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องละคร เพราะการเห็นต่างทางศิลปะเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย
ปัญหาอยู่ตรงแนวคิดที่สะท้อนออกมาว่า หากฝ่ายตัวเองเป็นรัฐบาล ก็จะเข้าไป “คุมงบประมาณ” และเลือกสนับสนุนเฉพาะเนื้อหาที่มองว่า “พาสังคมไปข้างหน้า” เท่านั้น
คำพูดลักษณะนี้ จึงทำให้เกิดคำถามสำคัญขึ้นทันทีว่า แล้วใครคือคนมีสิทธิ์ตัดสินว่า เรื่องแบบไหนเรียกว่า “พาสังคมไปข้างหน้า” และเรื่องแบบไหนควรถูกกันออกจากการสนับสนุนของรัฐ
เพราะเมื่ออำนาจรัฐเริ่มถูกใช้เพื่อคัดเลือกว่า เรื่องเล่าแบบใด “ควรได้ไปต่อ” หรือเรื่องเล่าแบบใด “ไม่สมควรได้รับพื้นที่” เสรีภาพก็อาจไม่ได้เป็นพื้นที่ของทุกคนอีกต่อไป แต่อาจเหลือไว้เฉพาะคนที่คิดตรงกันเท่านั้น
สิ่งที่น่าสนใจ คือแรงวิจารณ์ครั้งนี้ ไม่ได้มาจากฝ่ายตรงข้าม “พรรคส้ม” เพียงอย่างเดียว แต่กลับมาจากคนที่เคยสนับสนุนแนวทางการเมืองของพรรคนี้ด้วย
เพจ “Drama-addict” ซึ่งประกาศชัดว่าเป็น “vote ส้ม” ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดดังกล่าว โดยมองว่า การใช้อำนาจรัฐเลือกสนับสนุนเฉพาะสิ่งที่ตรงอุดมการณ์ของฝ่ายตัวเอง มีลักษณะใกล้เคียงกับ “การครอบงำสื่อ” มากกว่าจะเป็นการปกป้องเสรีภาพ
สาระสำคัญของคำวิจารณ์นี้ อยู่ตรงที่ว่า หากเชื่อในเสรีภาพจริง รัฐก็ควรเปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลายของเนื้อหา ไม่ใช่เลือกสนับสนุนเฉพาะสิ่งที่ผู้มีอำนาจมองว่า “ดี” หรือ “ก้าวหน้า”
ประเด็นนี้ยิ่งชัดขึ้น เมื่อ “ต้องเต ธิติ” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก THACCA ออกมายืนยันว่า สิ่งที่ผู้สร้างได้รับจากโครงการ คือ “โอกาส” ไม่ใช่ “คำสั่งทางการเมือง”
เขาอธิบายตรงกันกับคนในวงการอีกหลายคนว่า THACCA ไม่ได้บังคับว่า ผู้กำกับต้องเล่าเรื่องฝั่งไหน หรือมีอุดมการณ์แบบใด หน้าที่ของโครงการ คือสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต และเปิดโอกาสให้หนังไทยแข่งขันในระดับสากลมากขึ้น
สิ่งนี้จึงย้อนกลับมาทำให้คำพูดของ “ไอซ์ รักชนก” ถูกตั้งคำถามหนักกว่าเดิม เพราะเมื่อแม้แต่คนในวงการบันเทิงที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับ “พรรคส้ม” ยังเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับแนวคิดลักษณะนี้ ก็ยิ่งสะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาของละครเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ “วิธีคิด” ต่ออำนาจรัฐ และท่าทีต่อความเห็นต่างต่างหาก
ตลอดช่วงหลังมานี้ “พรรคส้ม” ยังเริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเวลามีคนเห็นต่างในเรื่องการเมือง ประวัติศาสตร์ หรือวัฒนธรรม คนเหล่านั้นมักถูกตีตรา ถูกผลักออกจากพื้นที่สนทนา หรือถูกมองว่าเป็นพวกถ่วงความก้าวหน้า
ภาพแบบนี้เอง ที่ทำให้หลายคนเริ่มมองว่า “พรรคส้ม” กำลังขยับเข้าใกล้ภาวะ “ส้มตกขอบ” มากขึ้นทุกที
จากเดิมที่เรียกร้องเสรีภาพและความหลากหลายทางความคิด กลับเริ่มมีบรรยากาศที่เปิดรับเฉพาะความเห็นซึ่งอยู่ในกรอบเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัญหาของเรื่องนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องละคร หรือข้อถกเถียงทางวัฒนธรรมเพียงเรื่องเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ทัศนคติ” ต่อเสรีภาพ ว่าพรรคที่พูดเรื่องประชาธิปไตยมาตลอด เข้าใจคำว่า “เสรีภาพ” แบบไหนกันแน่
เพราะเสรีภาพที่แท้จริง ไม่ได้มีไว้เฉพาะคนที่คิดเหมือนเรา แต่ต้องรวมถึงสิทธิของคนที่เราไม่ชอบ คนที่เราไม่เห็นด้วย หรือแม้แต่คนที่มีมุมมองตรงข้ามกับเราอย่างสิ้นเชิงด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พรรคส้ม” มักเรียกร้องเสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการวิจารณ์รัฐ และเสรีภาพในการตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์การเมือง พวกเขามักอธิบายว่า ประชาชนควรมีสิทธิ์เลือกเสพข้อมูล และตัดสินด้วยวิจารณญาณของตัวเอง ไม่ใช่ให้รัฐทำหน้าที่กำหนดแทนว่า เรื่องไหนควรถูกเล่า หรือเรื่องไหนควรถูกปิดกั้น
แต่กรณีของ “ไอซ์ รักชนก” กลับทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า เมื่อเป็นเรื่องที่ขัดกับชุดความคิดของฝ่ายตัวเอง มาตรฐานเรื่องเสรีภาพกลับเริ่มเปลี่ยนไป
จากเดิมที่เชื่อว่า ประชาชนควรตัดสินด้วยตัวเอง ก็เริ่มมีแนวคิดว่า รัฐควรเลือกสนับสนุนเฉพาะเนื้อหาที่มองว่า “พาสังคมไปข้างหน้า”
จากเดิมที่ต่อต้านการใช้อำนาจรัฐกำหนดกรอบความคิดของประชาชน ก็เริ่มมีคำพูดที่สะท้อนว่า หากตัวเองมีอำนาจ ก็ควรมีสิทธิ์กำหนดทิศทางการสนับสนุนเนื้อหาทางวัฒนธรรมได้เช่นกัน
นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า “พรรคส้ม” ในปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนจากการเมืองแบบเสรีนิยม ไปสู่การเมืองที่เชื่อใน “ความถูกต้องทางอุดมการณ์” มากขึ้นเรื่อย ๆ
และเมื่อการเมืองเริ่มเชื่อว่าตัวเองถือความถูกต้องอยู่ฝ่ายเดียว ความเห็นต่างก็จะค่อย ๆ ถูกมองเป็นสิ่งที่ไม่ควรได้รับพื้นที่เท่ากับความคิดของฝ่ายตัวเอง
เมื่อถึงจุดนั้น คำว่า “เสรีภาพ” ก็อาจเหลือพื้นที่อยู่เฉพาะสำหรับคนที่คิดเหมือนกันเท่านั้น
สิ่งที่น่ากังวล จึงไม่ใช่แค่คำพูดของนักการเมืองคนหนึ่ง แต่คือทิศทางทางความคิดของขบวนการการเมืองทั้งขบวน ว่าในวันที่เข้าใกล้อำนาจมากขึ้น จะยังรักษาหลักคิดเรื่องเสรีภาพแบบเดิมไว้ได้จริงหรือไม่
กรณี “ไอซ์ รักชนก” จึงไม่ได้เป็นเพียงดราม่าทางการเมืองรายวัน หรือข้อถกเถียงเรื่องละครเพียงเรื่องเดียว แต่มันกำลังเปิดให้เห็นรอยปริบางอย่างภายในแนวคิดของ “พรรคส้ม” เอง
รอยปริระหว่างคำว่า “เสรีภาพ” ที่ใช้ต่อสู้ทางการเมืองมาตลอดหลายปี กับวิธีคิดจริงเมื่อเริ่มพูดถึงการใช้อำนาจรัฐ
เพราะเสรีภาพที่แท้จริง ไม่ได้วัดตอนเราปกป้องคนที่คิดเหมือนเรา แต่วัดตอนเรายอมให้คนที่คิดต่าง ยังมีสิทธิ์อยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ต่างหาก
ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบบที่ฝ่ายชนะเลือกได้ว่า สังคมควรดูหนังแบบไหน เชื่อประวัติศาสตร์แบบไหน หรือฟังเรื่องเล่าแบบไหน และรัฐก็ไม่ควรทำหน้าที่เป็นผู้คัดกรองว่า งานศิลปะชิ้นใด “สมควร” ได้รับการสนับสนุน เพราะตรงกับอุดมการณ์ของผู้มีอำนาจ
หลายคนที่เคยเลือก “พรรคส้ม” อาจไม่ได้คาดหวังให้พรรคนี้สมบูรณ์แบบ แต่พวกเขาคาดหวังว่า อย่างน้อย พรรคนี้จะเข้าใจความหมายของ “เสรีภาพ” ได้ดีกว่าการเมืองแบบเก่า
ทว่าเมื่อเริ่มมีคำพูดที่สะท้อนแนวคิดในลักษณะว่า รัฐควรสนับสนุนเฉพาะสิ่งที่ตัวเองมองว่าพาสังคมไปข้างหน้า ความกังวลจึงเริ่มเกิดขึ้นทันที
เพราะคำถามที่เริ่มเกิดขึ้น จึงไม่ใช่เพียง “พรรคส้ม” จะได้อำนาจหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า หากวันหนึ่งได้อำนาจจริง เสรีภาพที่เคยเรียกร้องมาตลอด จะยังเป็นเสรีภาพสำหรับทุกคนอยู่หรือไม่
หรือเสรีภาพแบบที่ “พรรคส้ม” กำลังพูดถึง อาจกำลังเหลือพื้นที่อยู่เฉพาะสำหรับคนที่คิดเหมือนกันมากขึ้นเรื่อยๆ
### ข่าวที่เกี่ยวข้อง
### ‘สมหมาย’ อัดฝ่ายค้านถอยหลังเข้าคลอง ขัดขวางกู้เงิน 4 แสนล้าน
นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียนบทความที่มีชื่อว่า การถอยหลังเข้าคลองของพรรคการเมืองไทย โ
### ส้มเขย่าหนูชิ่งหาดฟรีดอม ไม่กล้าแตะกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่
สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ผิดหวัง "อนุทิน" ไม่ลงตรวจพื้นที่หาดฟรีดอม หลังรอยื่นปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลคลุมพื้นที่ อัดชาวบ้านรอการลงมือทำไม่ใช่สร้างภาพ
### ส้มจี้ 'สตช.' อย่าตัดตอนคลังแสงหนุ่มจีน ชี้เร่งสืบสวนเพิ่มขยายผล
'สส.ปชน.' จี้ 'สตช.' สืบสวนเพิ่มกรณีพบคนจีนครอบครองอาวุธสงคราม-ระเบิดจำนวนมากอย่างรอบคอบ หลัง 'ผบ.ตร.' แถลงอ้างผู้ต้องหาแค่สะสม บอก ถ้าชอบทำไมสะสมของอานุภาพแรงขนาดนี้ ถาม กลับ หากเกิดเหตุจริงใครจะรับผิดชอบ
### ปชป. เปิดตัว 'ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.' โชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. สู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ-ดร.โจ'
'สกลธี' เผยเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. เชื่อสู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ - ดร.โจ' มั่นใจได้ สก. มากกว่าเดิม
### 'สมชัย' กระตุก 'พรรคส้ม' เลิกฝันนับหนึ่งใหม่แก้รธน.จะดีกว่า หากเชื่ออีกก็ให้เขาหลอกต่อไป
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า รัฐบาลอนุทิน ต้องมีคำตอบให้ประชาชน ก่อนปล่อยให้ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตกไป เราใช้เงิน 3,000 ล้านบาท
### ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'
นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ
### NEWS UPDATE
### นายกฯ สั่งในห้องประชุมครม. เดินหน้าต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หลังมีผลบังคับใช้แล้ว
### จะเป็นอย่างไรถ้าเรากำจัดยุงทั้งหมด?
### ATLAS โชว์ Q1/69 กำไรสุทธิพุ่ง 35% ลุยขยายธุรกิจ LPG
### 'ผอ.ข่าวกรอง' รับ 'หมิงเฉิน ซัน' มีความเชื่อมโยงแก๊สแกมเมอร์เพื่อนบ้าน
### CKP เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ
Read the full article on the publisher site
Thai Post →