Siam Blockchain
วุฒิสภาสหรัฐฯ เผยร่าง CLARITY Act ฉบับใหม่ 309 หน้า นัด Markup 14 พ.ค.
- คณะกรรมการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ เผยแพร่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับใหม่ 309 หน้า ยาวกว่าร่างเดือนมกราคมที่มี 278 หน้า
- โครงสร้างหลักยังคงเดิม ให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กำกับดูแลการระดมทุนโทเคน และ CFTC กำกับดูแลการซื้อขายในตลาดรอง
- กำหนดการ Markup Session คือวันที่ 14 พ.ค. 2569 ถ้าไม่ผ่านก่อนปิดทำการ Memorial Day (21 พ.ค.) กระบวนการอาจต้องเริ่มใหม่และล่าช้าถึงปี 2573
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีเนื้อหาใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงตลาดในระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณว่ากระบวนการนิติบัญญัติยังคงเดินหน้าอยู่ ความชัดเจนด้านกฎหมายในระยะยาวจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนของสถาบัน แต่ยังต้องรอผลการลงคะแนนก่อน
คณะกรรมการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ เผยแพร่ร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act ฉบับปรับปรุงใหม่ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดยมีความยาว 309 หน้า เพิ่มขึ้นจากร่างฉบับเดือนมกราคมที่มี 278 หน้า ตามรายงานจาก Watcher.Guru โครงสร้างหลักของร่างกฎหมายยังคงเดิม โดยให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) มีอำนาจกำกับดูแลการระดมทุนและการขายโทเคนในตลาดแรก ขณะที่คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (CFTC) รับผิดชอบดูแลการซื้อขายในตลาดรอง กำหนดการสำคัญที่ต้องจับตาคือการประชุม Markup Session อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พ.ค. 2569 ซึ่งสมาชิกคณะกรรมการจะลงคะแนนเสียงว่าจะส่งร่างกฎหมายนี้เข้าสู่วุฒิสภาเต็มคณะหรือไม่
## CLARITY Act คืออะไร และมีอะไรในร่างฉบับใหม่บ้าง
CLARITY Act หรือชื่อเต็มว่า H.R. 3633, Digital Asset Market Clarity Act of 2025 มีเป้าหมายหลักคือการกำหนดเส้นแบ่งอำนาจระหว่าง SEC และ CFTC ให้ชัดเจนในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้วงการคริปโตในสหรัฐฯ เผชิญความไม่แน่นอนมาหลายปี ภายใต้ร่างกฎหมายนี้ CFTC จะมีอำนาจกำกับดูแลแต่เพียงผู้เดียวในตลาดสปอตสำหรับ “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” หมายถึงโทเคนที่เชื่อมโยงกับบล็อกเชนที่ทำงานแบบกระจายศูนย์ ส่วน Stablecoin ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่แยกต่างหากภายใต้การกำกับดูแลร่วม
ร่างกฎหมายฉบับวุฒิสภายังขยายขอบเขตจากร่างของสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย โดยครอบคลุมเนื้อหาถึงเก้าส่วน รวมถึงการคุ้มครองการเงินแบบกระจายศูนย์ ( DeFi ), บทบัญญัติด้านการป้องกันการฟอกเงิน, การคุ้มครองลูกค้าคริปโตในกรณีล้มละลาย และมาตรการคุ้มครองสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นบทเรียนที่ได้จากการล่มสลายของ FTX
## ด่านสุดท้ายก่อนเส้นตาย Memorial Day
สมาชิกคณะกรรมการมีเวลาถึงสิ้นวันทำการของวันที่ 13 พ.ค. 2569 ในการยื่นการแก้ไขเพิ่มเติม จากนั้นการประชุม Markup Session จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค. 2569 ณ ห้อง 538 อาคาร Dirksen Senate Office Building กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กำหนดว่าร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อเพื่อให้วุฒิสภาเต็มคณะพิจารณาหรือไม่ ประเด็นที่ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่คือเรื่อง stablecoin โดยเฉพาะข้อเสนอของวุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks ที่ต้องการห้ามการจ่ายผลตอบแทนสำหรับยอดคงเหลือที่ไม่ได้ใช้งาน แต่ยังอนุญาตให้มีแรงจูงใจจากกิจกรรมธุรกรรม
สิ่งที่ต้องจับตาดูมากคือกำหนดเส้นตาย หากร่างกฎหมายไม่ผ่านคณะกรรมการภายในช่วงปิดทำการ Memorial Day วันที่ 21 พ.ค. 2569 กระบวนการทั้งหมดจะต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น และอาจทำให้การพิจารณากฎหมายล่าช้าออกไปจนถึงปี 2573 หรือหลังจากนั้น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า วุฒิสมาชิก Moreno ชี้ว่าแบงก์ตื่นตระหนกกับ CLARITY Act ที่กำลังจะเข้าวุฒิสภา 14 พ.ค. และ CEO Coinbase เตรียมบรรยายนโยบายคริปโตให้ ส.ว. รีพับลิกันในวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายกำลังเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่ก่อนการลงคะแนนเสียง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ร่างกฎหมายฉบับใหม่หนาขึ้นอีก 31 หน้าแต่ยังคงหลักการเดิมไว้ บอกเราได้หลายอย่างเลย มันหมายความว่ากำลังมีการเพิ่มรายละเอียดและเงื่อนไขเพื่อตอบสนองความกังวลของกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ดั้งเดิม, กลุ่มคริปโต, หรือวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตที่ต้องการบทบัญญัติด้านจริยธรรม สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือการประชุม Markup วันที่ 14 พ.ค. เพราะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน ถ้าผ่านได้ก็นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับตลาดคริปโตในสหรัฐฯ แต่ถ้าหน้าม้าหยุดตรงนี้อีกครั้ง อาจต้องรออีกหลายปีเลยทีเดียว
ที่มา: @WatcherGuru
เครดิตภาพจาก @itsCrunchupdate
Read the full article on the publisher site
Siam Blockchain →