Siam Blockchain
Binance ใช้ AI ป้องกันสแกมคริปโทฯ ลดการสูญเสียกว่า 3.3 แสนล้านบาทในปีเดียว
- Binance มีการนำ AI กว่า 100 รูปแบบมาใช้งานเพื่อต่อสู้กับสแกมยุคใหม่ สามารถสกัดกั้นความเสียหายได้ถึง $1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี 2025
- รายงานชี้ว่าต้นทุนในการสแกมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การใช้ AI ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการโจมตีสูงถึง 72.2% โดยกว่า 76% ถูกจัดเป็นภัยคุกคามระดับสูง
- แพลตฟอร์มเปิดตัวระบบ Binance AI Pro เพื่อแยกบัญชีที่ใช้งานผ่านบอทหรือเครื่องมือ AI ออกจากบัญชีหลักและจำกัดสิทธิ์ให้ทำได้เพียงการเทรดแต่สั่งถอนเงินไม่ได้
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Binance เผยผลการยกระดับการรักษาความปลอดภัยด้วยการใช้โมเดล AI กว่า 100 รูปแบบ โดยสามารถสกัดกั้นความเสียหายจากการฉ้อโกงได้กว่า 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตสแกมที่ใช้ AI โจมตีอย่างหนักหน่วงด้วยต้นทุนที่ต่ำลงและความแนบเนียนของ Deepfake ที่เพิ่มขึ้น เป็นการตอกย้ำว่าความปลอดภัยยุคใหม่ต้องฝังรากลึกอยู่ในทุกกระบวนการพฤติกรรมผู้ใช้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่วิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว
Binance กระดานเทรดคริปโทฯ ที่มีวอลุ่มเทรดสูงที่สุดในโลก ล่าสุดเปิดเผยว่าทางแพลตฟอร์มได้มีการเปิดใช้งาน AI มากกว่า 100 โมเดล เพื่อโต้กลับการระบาดของสแกมโกงที่เกิดขึ้นโดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์
รายงานระบุว่า ระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ที่ใช้ AI ขับเคลื่อนสามารถทำการป้องกันความเสียหายแก่ผู้ใช้งานได้มากถึง $1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ถึงไตรมาส 1 ปี 2026 หลังจากพบว่ามิจฉาชีพได้มีการนำ AI มาใช้หลอกลวงเป็นจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
Binance กล่าวต่อไปว่า ระบบป้องกันสามารถสกัดกั้น 22.9 ล้านธุรกรรมที่คาดว่าเป็น phishing และสแกม โดยแค่ใน 3 เดือนแรกของปี 2026 เพียงอย่างเดียว ทางระบบสามารถปกป้องเงินทุนผู้ใช้ได้แล้วกว่า $1.98 พันล้าน
ภัยคุกคามจากมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเนื่องจากต้นทุนที่ใช้ในการต้มตุ๋นหลอกลวงลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งทีมวิจัยชี้ว่าในการโกงช่องโหว่ของ smart contract มิจฉาชีพใช้ต้นทุนเพียงแค่ $1.22 ต่อฉบับ เท่านั้น เป็นการลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 22%ขณะเดียวกันการใช้โมเดล AI ชั้นสูงในกระบวนการฉ้อโกงยังเพิ่มอัตราความสำเร็จในการโจมตีขึ้นเป็น 72.2%
แพลตฟอร์มยังระบุอีกว่ากว่า 76% ของสแกมที่ใช้ AI ถูกจัดอยู่ในหมวดภัยคุกคามขั้นสูงสุด เช่น การใช้ deepfake และโคลนเสียงในการสวมรอยเลียนแบบเพื่อทำให้เหยื่อตายใจ
ปัจจุบันระบบ AI ควบคุมสามารถตรวจจับการทุจริตถึง 57% ส่งผลให้การฉ้อโกงผ่านบัตรลดลงกว่า 60-70% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยนอกจากนี้ Binance ยังมีการเปิดตัว Binance AI Pro เพื่อคุมความเสี่ยงในระดับโครงสร้าง โดยแยกบัญชีที่จัดการด้วย AI ออกจากบัญชีหลัก และจำกัดสิทธิ์ให้บอทเทรดได้เท่านั้นแต่ถอนเงินไม่ได้ ทั้งนี้ Binance ยังระบุว่าได้เครื่องมือภายนอกแบบ Third-party ที่ยื่นขอเข้าสู่ Marketplace ของบริษัทมีความเสี่ยงถึงเกือบ 12% เลยทีเดียว
ตลอดระยะเวลาในปี 2025 Binance อ้างว่าแพลตฟอร์มสามารถคืนเงินให้แก่ผู้ใช้ได้ราว $12.8 ล้าน ในจำนวน 48,000 คดี ซึ่งคิดเป็นความสำเร็จที่มากขึ้นจากปีก่อนหน้า 41% มิหนำซ้ำทางแพลตฟอร์มยังได้มีการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการยึดทรัพย์กว่า $131 ล้าน และปฏิบัติตามคำร้องขอจากเจ้าหน้าที่กว่า 71,000 รายการในปีดังกล่าว
สุดท้ายนี้บริษัทย้ำเตือนว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของสมการด้านความปลอดภัยทั้งสองฝั่ง ในแง่ของการโจมตี AI ทำให้การรุกรานสามารถขยายตัวได้ง่ายขึ้น ดูน่าเชื่อถือขึ้น และตรวจจับได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันมันก็เป็นขุมพลังให้กับการป้องกันยุคใหม่ที่รวดเร็ว ฉลาด และปรับตัวได้ดีกว่าเดิม
เพื่อปิดช่องว่างระหว่างการถูกโจมตีและการตรวจพบ ระบบรักษาความปลอดภัยจะต้องวิวัฒนาการไปในความเร็วที่เท่ากัน และต้องถูกฝังรากลึกลงไปในทุกระบบ ทุกกระบวนการ ตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน มากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่เกราะป้องกันชั้นนอกที่แยกส่วนออกมา
ที่มา : Decrypt
มุมมองผู้เขียน : เมื่อต้นทุนการสร้างสัญญาอัจฉริยะปลอมเหลือเพียงไม่กี่ดอลลาร์ หมายความว่าถัดจากนี้ใครก็เป็นมิจฉาชีพได้หากมีเครื่องมือ AI ที่ดีพอ ดังนั้น ความถี่ในการโจมตีจะไม่ได้มาเป็นระลอกอีกต่อไปแต่มันจะมาเป็นพายุที่โหมกระหน่ำตลอดเวลา อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ได้มาจากการแฮ็กเจาะระบบแต่เป็นการสวมรอยเพื่อสร้างความเชื่อใจต่างหาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมโลกจึงจำเป็นที่จะต้องมีระบบที่สามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องอาศัยความเชื่อใจ
Read the full article on the publisher site
Siam Blockchain →