Prachachat
สมาคมพืชไร่ค้านนำเข้าข้าวโพด GMO สหรัฐ หวั่นทุบชาวไร่ไทย-รายได้กระจุกทุนใหญ่
สมาคมการค้าพืชไร่ ออกโรงคัดค้านการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตัดต่อพันธุกรรม หรือ GMO จากสหรัฐอเมริกา โดยขอให้รัฐบาลทบทวนและระงับการเปิดทางนำเข้า เนื่องจากมองว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวไร่ชาวนาไทย ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมถึงอาจทำให้รายได้ในระบบเศรษฐกิจกระจุกตัวไปยังกลุ่มผู้มีอำนาจนำเข้าและกลุ่มทุนรายใหญ่
นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ ระบุในหนังสือถึงสื่อมวลชนว่า ไม่เห็นด้วยต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตัดต่อพันธุกรรมจากสหรัฐอเมริกา และขอให้รัฐบาลทบทวนระงับการดำเนินการดังกล่าว เพราะไม่เพียงกระทบต่อชาวไร่ชาวนาไทย แต่ยังอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์รายกลาง-รายเล็ก ซึ่งอาจต้องทยอยเลิกกิจการในระยะยาว
สมาคมระบุว่า หากยังเดินหน้าผลักดันการนำเข้า อาจทำให้สังคมมองว่านโยบายการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มทุนผ่านระบบราชการ ขณะที่ในปัจจุบันวัตถุดิบหมวดคาร์โบไฮเดรตภายในประเทศยังมีปริมาณมาก ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง รำข้าว ปลายข้าว และข้าวเปลือก ซึ่งหลายรายการยังมีราคาต่ำ
นายเทอดศักดิ์ระบุว่า หากรัฐบาลยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรัฐธรรมนูญ ธุรกิจอาหารสัตว์ไทยควรให้ความสำคัญกับการซื้อและใช้วัตถุดิบภายในประเทศก่อน เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ แทนการปล่อยให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ
นอกจากนี้ สมาคมยังตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันชัดเจนว่าพืชตัดต่อพันธุกรรม GMO จะมีผลต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนไทยในระยะยาวหรือไม่ จึงไม่ควรดำเนินนโยบายตามแรงผลักดันของกลุ่มผลประโยชน์นำเข้า จนกระทบต่ออาชีพชาวไร่ชาวนาและผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวเนื่องในเศรษฐกิจฐานราก
สมาคมยังมองว่า นโยบายดังกล่าวอาจสวนทางกับแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการ “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยนายเทอดศักดิ์เปรียบเทียบว่า หากปล่อยให้นำเข้า อาจกลายเป็น “เอื้อสั้น ทำร้ายยาว กระจุกตัว”
ส่วนกรณีที่มีการอ้างเหตุผลเรื่องการเผาในพื้นที่เพาะปลูก สมาคมระบุว่า สหรัฐอเมริกาเองก็มีปัญหาการเผาเช่นกัน ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นพืชที่ให้ความหวังในการสร้างรายได้ให้กับชาวไร่ไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงไม่ควรทำให้สถานการณ์แย่ลง
สมาคมยังระบุว่า แม้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันปรับสูงขึ้น แต่ชาวไร่ชาวนาส่วนใหญ่ไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ เนื่องจากพ่อค้าคนกลางท้องถิ่นจำนวนมากขายล่วงหน้าในราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบันไปเกือบหมดแล้ว พร้อมตั้งคำถามว่าโรงงานหรือผู้ประกอบการรายใดมีสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนมากที่สุด และใครได้รับประโยชน์จากราคาที่ปรับสูงขึ้นมากที่สุด
ขณะเดียวกัน สมาคมเตือนถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม หากมีการนำเข้าข้าวโพด GMO แล้วเมล็ดข้าวโพดตกหล่นระหว่างการขนย้าย และเกิดงอกขึ้นภายในประเทศ อาจทำให้ละอองเกสรแพร่กระจายไปผสมกับข้าวโพดที่ใช้เป็นอาหารคนและอาหารสัตว์ของไทย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการดื้อยาของหนอนและแมลงศัตรูพืชในอนาคต
ทั้งนี้ ท่าทีของสมาคมการค้าพืชไร่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลของภาคเกษตรต่อการเปิดทางนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อราคาพืชไร่ในประเทศ การกระจายรายได้สู่เกษตรกรรายย่อย และความเสี่ยงต่อห่วงโซ่การผลิตอาหารสัตว์ของไทยในระยะยาว
### ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘ศุภจี’ บุกวอชิงตัน ชูไทยฐานซัพพลายเชนอาเซียน ดันดีลลงทุนสหรัฐรอบใหม่
- Team Thailand+ เปิดเกมสหรัฐ ถก USTR-เอกชน ดันลงทุน แก้โจทย์ดุลการค้า
- ‘คิงชาร์ลส์’ เรียกร้องสหรัฐ ยืนหยัดเป็นผู้นำโลก-ยก ‘แมกนา คาร์ตา’ แซะทรัมป์
Read the full article on the publisher site
Prachachat →