← Thailand feed

Prachachat

กรมที่ดิน ลุยสกัดนอมินี ตรวจสอบก่อน-หลังจดทะเบียน กันต่างชาติครองที่ดินผิดกฎหมาย

Prachachat ·

กรมที่ดิน ลุย 2 มาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย  พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามธุรกรรมต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันปัญหาการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวหรือที่เรียกว่า “นอมินี” (Nominee) ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย การที่คนไทยยินยอมให้ชาวต่างชาติใช้ชื่อตนเองในการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือการจัดตั้งบริษัทเพื่อถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ ถือเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายและมีความผิดตามกฎหมายไทย

โดยหลักแล้วคนต่างด้าวไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยได้ แต่มีข้อยกเว้น 3 กรณีสำคัญ ได้แก่

1.การรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม (ตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน) – คนต่างด้าวสามารถรับมรดกที่ดินได้จากคู่สมรสหรือญาติ แต่ต้องจำหน่ายจ่ายโอนภายใน 1 ปี

2.การซื้อที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (ตามมาตรา 96 ทวิ) – คนต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ (หรือ 2 ไร่ ตามข้อมูลล่าสุด) โดยต้องนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท และต้องลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี

และ 3. การรับโอนที่ดินตามกฎหมายอื่น ๆ – เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

## 2 มาตรการเชิงรุก ตรวจสอบก่อน-หลัง

กรมที่ดินจึงกำหนด 2 มาตรการตรวจสอบเชิงรุก คือ 1.มาตรการก่อนการจดทะเบียน (Pre-Registration) โดยในกรณีที่มีคนไทยถือครองแทน จะมีการตรวจสอบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและความสัมพันธ์ของคู่สัญญา หากเป็นกรณีคู่สมรสระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ ต้องมีการยืนยันว่าเงินที่ใช้ซื้อที่ดินเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายคนไทยอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน 2.มาตรการตรวจสอบหลังจดทะเบียน (Post-Registration) ในกรณีการจัดตั้งบริษัทถือครองที่ดินแทนต่างชาติ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น รายได้ที่แท้จริง ที่มาของเงินลงทุน ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อป้องกันการใช้บริษัทอำพรางการถือครองโดยผิดกฎหมาย นอกจากมาตรการก่อนจดทะเบียนแล้ว กรมที่ดินยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบภายหลังการได้มาซึ่งที่ดิน

โดยติดตามข้อมูลและพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ตรวจสอบการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ รวมถึงพฤติกรรมที่แสดงตนเป็นเจ้าของที่ดินของคนต่างด้าว หากได้รับเรื่องร้องเรียนหรือพบข้อมูลน่าสงสัย จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที

อีกทั้ง กรมที่ดินยังติดตามข้อมูลนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติทุก 3 เดือน เพื่อเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงด้านการลงทุนและการถือครองที่ดิน โดยมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิด

สำหรับผลการสอบสวน หากไม่พบการกระทำผิด จะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่หากพบการถือครองแทนหรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที รวมถึงรายงานต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดไว้อย่างชัดเจน โดยคนต่างด้าวที่ถือครองที่ดินโดยมิชอบอาจต้องระวางโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่นิติบุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทยที่ให้การช่วยเหลือหรือถือครองแทน ก็มีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการอาจถูกอธิบดีกรมที่ดินสั่งจำหน่ายแทนได้

กรมที่ดินยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว สามารถแจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

### ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- เปิดขั้นตอนจดทะเบียนที่ดินออนไลน์ข้ามพื้นที่ได้ 44 จังหวัด 305 แห่งทั่วประเทศ

- กรมที่ดิน อัพเดต พ.ร.บ.บ้านจัดสรร รับข้อเสนอ 3 สมาคมอสังหาฯ ลดขนาดที่ดิน

- กรมที่ดิน เปิดสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ จดทะเบียนต่างสำนักงานแบบออนไลน์ เพิ่ม 14 จังหวัด

Read the full article on the publisher site

Prachachat →