Prachachat
บอร์ด สปสช.เพิ่มยา 3 รายการในบัตรทอง ดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อน
บอร์ด สปสช.เห็นชอบเพิ่มยาเฉพาะทาง 3 รายการ เข้าระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนและโรครุนแรง พร้อมอนุมัติงบฯ จัดซื้อรวมกว่า 12 ล้านบาท ช่วง มิ.ย.-ก.ย. 2569 ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพบริหารงบฯ ยาแพง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยา 3 รายการที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นบริการตามประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ได้แก่ ยาเลนาลิโดไมด์ (lenalidomide) ยาเบนดามัสทีน (bendamustine) และยาริทูซิแมบ (rituximab) เพื่อเพิ่มทางเลือกการรักษาให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาจำเพาะและมีต้นทุนสูง
โดยมอบให้คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ จัดหายาทั้ง 3 รายการ ภายในวงเงินไม่เกิน 12.1567 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากแผนจัดหายา ปีงบประมาณ 2569 สำหรับช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบจัดซื้อรวม เพื่อบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ควบคุมราคายา และประกันการเข้าถึงของผู้ป่วยอย่างทั่วถึง
“การเพิ่มยา 3 รายการนี้แสดงถึงการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ กับคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และเป็นการยกระดับระบบบัตรทองที่ขยับไปสู่การดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องใช้ยาจำเป็นราคาแพง ให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยให้หน่วยบริการมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น” รมว.สาธารณสุขกล่าว
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ยาทั้ง 3 รายการเป็นยาที่มีความสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคซับซ้อน โดยยาเลนาลิโดไมด์ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางเอ็มดีเอส (myelodysplastic syndrome: MDS) ชนิด 5q-syndrome ซึ่งช่วยลดอาการของโรค ลดความจำเป็นในการให้เลือดมากกว่า 50% และลดโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด AML
ขณะที่ยาเบนดามัสทีนใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด ช่วยเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตเมื่อเทียบกับยาเดิม ส่วนยาริทูซิแมบใช้รักษาผู้ป่วยโรคหนังแข็งที่มีโรคปอดอินเตอร์สติเชียล หรือ SSc-ILD ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้
สำหรับรายละเอียดการจัดหายา ประกอบด้วย
- ยาเลนาลิโดไมด์ ชนิดรับประทาน ประมาณการผู้ป่วย 30 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 3.06 ล้านบาทต่อปี
- ยาเบนดามัสทีน ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 494 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 22.20 ล้านบาทต่อปี
- ยาริทูซิแมบ ชนิดฉีด ประมาณการผู้ป่วย 350 คนต่อปี ภาระงบประมาณประมาณ 11.20 ล้านบาทต่อปี
- รวมภาระงบประมาณ เฉพาะค่ายาทั้งปีประมาณ 36.47 ล้านบาท
โดยหลังจากนี้ สปสช.จะประสานโรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดหายา และเตรียมงบประมาณต่อเนื่องสำหรับปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ได้รับยาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนด
“การจัดซื้อรวมเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านงบประมาณ โดยเฉพาะยาที่มีราคาต่อหน่วยสูงหรือมีผู้จำหน่ายจำกัด ช่วยให้ประเทศสามารถต่อรองราคา วางแผนการใช้ยา และกระจายยาให้ถึงผู้ป่วยที่จำเป็นได้อย่างเป็นระบบ” เลขาธิการ สปสช.กล่าว.
### ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บอร์ด สปสช.ไฟเขียววัคซีน PCV เด็กไทย จัดงบ 300 ล้าน ครอบคลุม 4.17 แสนคน
- สปสช.แจงระบบจ่ายเงินไม่ล่าช้า โอนเงินให้ 2 รพ. แล้วกว่า 217 ล้าน
- “มิตรประชา-บางนา 1” ยุติหน่วยบัตรทอง สปสช.เร่งดูแลผู้ใช้สิทธิกว่า 4 หมื่นราย
Read the full article on the publisher site
Prachachat →