← Thailand feed

Prachachat

ทางด่วนทุเรียนไทยสู่จีน รถไฟลาว-จีน 26 ชั่วโมงถึงคุนหมิง ดันผลไม้สดบุก 30 เมือง

Prachachat ·

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศส่งทูตพาณิชย์สำรวจเส้นทางขนส่งผลไม้ไทยผ่านรถไฟลาว-จีน พบระบบโลจิสติกส์คล่องตัว ใช้เวลาเพียง 26 ชั่วโมงจากไทยถึงคุนหมิง และกระจายต่อกว่า 30 เมืองทั่วจีนภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็นเป็นวันละ 6 ขบวน เตรียมตู้คอนเทนเนอร์กว่า 4,000 ตู้ รองรับฤดูกาลทุเรียน คาดปีนี้ขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางนี้กว่า 2 แสนตัน โตมากกว่า 20%

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เดินหน้าสำรวจศักยภาพเส้นทางขนส่งผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ผ่านรถไฟลาว-จีน พบเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยกระจายผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หลังใช้เวลาขนส่งจากไทยถึงนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน เพียง 26 ชั่วโมง และสามารถกระจายต่อไปยังเมืองต่าง ๆ กว่า 30 เมืองทั่วจีนภายใน 48 ชั่วโมง

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ สำรวจลู่ทางการค้าและโอกาสส่งออกสินค้าไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ล่าสุดได้รับรายงานจากนายชาญวิทย์ เรืองชัยทวีสุข ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงความคืบหน้าการขนส่งผลไม้จากไทยผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีน ไปยังคุนหมิง พบว่าการขนส่งมีความคล่องตัวสูง และเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการกระจายผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง

ทูตพาณิชย์รายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศจีน สาขาคุนหมิง ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งข้ามพรมแดน โดยเน้นความสะดวก รวดเร็ว และการใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ได้นำระบบจัดทำเอกสารอัตโนมัติมาใช้กับสินค้าทุกประเภท

ระบบดังกล่าวช่วยลดเวลาการจัดทำเอกสารต่อขบวน จากเดิม 40 นาที เหลือประมาณ 10 นาที หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า 80% ช่วยลดขั้นตอน ลดข้อผิดพลาดในการออกเอกสาร และเพิ่มความคล่องตัวให้การขนส่งข้ามพรมแดนในยุคดิจิทัล

เพื่อรองรับการขนส่งผลไม้ โดยเฉพาะช่วงที่ทุเรียนจากต่างประเทศออกสู่ตลาดมาก หน่วยงานรถไฟจีนยังได้เพิ่มความถี่การให้บริการรถไฟขนส่งผลไม้ระบบห่วงโซ่ความเย็น สายด่วนล้านช้าง-แม่โขง จากเดิมวันละ 2 ขบวน เป็นวันละ 6 ขบวน พร้อมจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมความเย็นล่วงหน้ากว่า 4,000 ตู้ เพื่อรองรับการขนส่งทุเรียน

ขณะเดียวกันหน่วยงานรถไฟได้ร่วมมือกับศุลกากรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งทีมงานพิเศษดูแลการขนส่งผลไม้สดโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้นำเข้าจากอาเซียนจะถึงมือผู้บริโภคจีนด้วยความสดใหม่

มาตรการสำคัญคือกลไก “3 ก่อน” ได้แก่ เข้าลานตรวจก่อน ตรวจสอบก่อน และส่งแล็บก่อน พร้อมเปิดช่องทางสีเขียวสำหรับสินค้าสดโดยเฉพาะ โดยหลังจากขบวนรถไฟเข้าถึงด่านจะต้องดำเนินการยกตู้และเปลี่ยนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ให้เสร็จภายใน 90 นาที

กระบวนการดังกล่าวทำให้การเชื่อมต่อ ตั้งแต่สินค้ามาถึงสถานี ผ่านศุลกากร ไปจนถึงการกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่น เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ และช่วยลดระยะเวลาที่ผลไม้ต้องค้างอยู่บริเวณด่านได้อย่างมาก

ปัจจุบันการขนส่งผลไม้ผ่านรถไฟลาว-จีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามกำหนดเวลา โดยใช้เวลาจากไทยถึงนครคุนหมิง 26 ชั่วโมง และสามารถจัดส่งต่อไปยังเมืองต่าง ๆ กว่า 30 เมืองทั่วจีน ภายใน 48 ชั่วโมง ผ่านการขนส่งทางบกและทางรถไฟ

DITP คาดว่าปริมาณการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีนในปี 2569 จะมีมากกว่า 200,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 20% สะท้อนบทบาทของเส้นทางดังกล่าวในการเป็นช่องทางโลจิสติกส์สำคัญของผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน

นางสาวสุนันทากล่าวว่า การยกระดับทั้งปริมาณและคุณภาพการขนส่งสินค้าสดผ่านด่านรถไฟลาว-จีน เป็นการปลดล็อกศักยภาพโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ช่วยกระตุ้นการค้าสินค้าเกษตรระหว่างจีนและอาเซียน รวมถึงไทย และช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

“เส้นทางรถไฟลาว-จีนมีประสิทธิภาพอย่างมากในการขนส่งสินค้าเกษตรข้ามพรมแดน โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดจีน การใช้ระบบดิจิทัลจัดการเอกสาร การตรวจสอบสินค้า และการเพิ่มขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็น ทำให้การขนส่งราบรื่น ลดความเสี่ยงต่อการเสียคุณภาพของผลไม้ไทย และช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยในตลาดจีน” นางสาวสุนันทากล่าว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า เส้นทางรถไฟลาว-จีนจะเป็นอีกเครื่องมือสำคัญในการรักษาความได้เปรียบของผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าดาวเด่นในตลาดจีน และช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

### ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ทุเรียนไทยต้องไม่เสียชื่อ เกษตรฯ ลุยตรวจ 1.5 หมื่นตัวอย่าง สกัดผลอ่อนเข้าตลาด

- ศุภจีลงจันทบุรี รับศึกมังคุด-ทุเรียนพีกกลาง พ.ค. ดันส่งออก-ไทยช่วยไทยกันราคาดิ่ง

- SME ไทยจะไป EU ต้องมากกว่าสินค้าดี ย้ำมาตรฐาน-Traceability คือใบผ่านทาง

Read the full article on the publisher site

Prachachat →