Matichon
ทนายพระคึกฤทธิ์ กาง พ.ร.บ.สงฆ์ แย้งเจ้าอาวาสไม่ใช่ เจ้าพนักงาน มองจ่ายโบนัส ไม่เกินสมควร
ทนายพระคึกฤทธิ์ กาง พ.ร.บ.สงฆ์ แย้งเจ้าอาวาสไม่ใช่ เจ้าพนักงาน มองจ่ายโบนัส ไม่เกินสมควร
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล วัดนาป่าพง แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังพระคึกฤทธิ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา
โดยเปิดเผยว่า วันนี้ลูกความของตนมารับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิด 157 และ 147 ยักยอกเงินวัด ซึ่งทางพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้รับและเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่ได้ยื่นแย้งในความผิดมาตรา 157 เพราะประเด็นสำคัญที่สุด คือข้อกฎหมายที่ว่าด้วย “เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่” เพราะหากไม่ใช่ ก็อาจไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157
โดยนายนันทน อ้าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ว่า ผู้ที่ถือเป็นเจ้าพนักงาน ต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะตำบล ส่วน “เจ้าอาวาส” มีอำนาจเพียงบริหารกิจการภายในวัด ไม่ได้ปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
ส่วนประเด็นที่ทนายฝั่งตรงข้าม มีการยื่นให้ตรวจสอบการเปิดบัญชีของวัดตั้งแต่ปี 2554-2559 แต่กฎหมายของมหาเถรสมาคม เพิ่งมีการออกมาเมื่อปี 2568 ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ย้อนหลังได้ และประเด็นที่มีการจ่ายเงินค่าโบนัสให้กับพนักงานของวัด จำนวน 4 คน โดยเงินที่ได้รับเฉลี่ยประมาณเดือนละ 30,000 บาท สำหรับคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ มองว่า ไม่เกินสมควร แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวนมองว่า ไม่สมควร ก็พร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงเส้นทางการเงิน
พร้อมกันนี้ ที่มีสำนักข่าวบางข่าวออกไปว่า พระคึกฤทธิ์ถูกสอบและมีอาการเครียดนั้น ยืนยันว่าพระอาจารย์ไม่ได้มีท่าทีเครียด บรรยากาศการสอบสวนเป็นไปด้วยดี ส่วนที่พระคึกฤทธิ์ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตนเอง เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับคู่กรณี แต่หากสื่อมวลชนต้องการซักถามข้อเท็จจริงอย่างไม่เป็นทางการ ก็สามารถไปที่วัดนาป่าพงเพื่อพูดคุยกับเจ้าอาวาสได้ แต่ข้อเท็จจริงทางด้านกฎหมายและวิชาการ ว่าเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงหรือไม่ ตนก็พร้อมที่จะชี้แจง
ส่วนกรณีนักเปรียญธรรม 9 ประโยค ที่มีการไปออกรายการดังพูดประเด็นเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายทางสงฆ์ ตนเองในฐานะทนายความพร้อมที่จะออกไปดีเบต หากรายการไหนเชิญ โดยเฉพาะรายการโหนกระแส
นายนันทน ระบุว่า เตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง ที่นำข้อมูลเส้นทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกศิษย์วัดกว่า 30 คนไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนทำให้ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ทั้งที่ยืนยันว่าเป็นการรับเงินโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มีกลุ่มบุคคลกล่าวหาวัดเรื่องใช้เงินทำคดีในเยอรมนีกว่า 42 ล้านบาท และจ่ายค่าทนาย 20 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายทนายมองว่าเป็นข้อมูลบิดเบือน จึงยื่นฟ้องหมิ่นประมาทแล้ว พร้อมย้ำว่า หากพบว่ามีการร้องเรียน หรือแจ้งความ โดยใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน จะดำเนินคดีกลับอย่างเด็ดขาด โดยคดีบางส่วนศาลนัดไต่สวนในเดือนกรกฎาคมนี้
Read the full article on the publisher site
Matichon →