← Thailand feed

Matichon

สมชัย จี้ กกต. เปิดข้อมูล คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 69 เผย เตรียมฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาท

Matichon ·

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. พร้อมด้วยน ายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Science และ CEO JIB Digital Consult Group เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อขอหลักฐาน 20 รายการเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด

ที่อาจจะสามารถสืบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อาทิ มติคณะกรรมการการเลือกตั้งที่อนุมัติการใส่บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกปี 2569 , ระเบียบประกาศคำสั่งหรือเอกสารของ กกต.ที่ระบุเจตนาหรือวัตถุประสงค์ หรือกรณีการใช้งานของการพิมพ์บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และเอกสารที่ระบุดังกล่าว ถูกนำไปใช้งานในขั้นตอนใดของกระบวนการเลือกตั้ง , เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด , คำอธิบายทางเทคนิคว่าบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดป้องกันการปลอมแปลงอย่างไร รวมถึงนโยบายการเก็บรักษาและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

นายสมชัย กล่าวว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มีใช้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่สืบย้อนกลับมาได้ว่าบัตรเลือกตั้งนี้มาจากเล่มที่เท่าใด แต่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2569 เป็นครั้งแรก ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่สามารถสืบย้อนกลับ ถึงลำดับของบัตรแต่ละใบ ที่ตรงกับต้นขั้ว ทำให้บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับรู้ว่าใครเลือกใคร สิ่งสำคัญวันนี้คือต้องการรู้ว่าที่ กกต.ตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาจากอะไร จึงต้องมาขอเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นมติ กกต.ว่ามีเมื่อใดก่อนมีมติมีการถกเถียงกันหรือไม่ มีการออกเป็นระเบียบคำสั่งต่าง ๆ หรือไม่ที่สืบเนื่องในการที่จะให้ใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด

ซึ่งเรื่องที่เราไม่เคยรู้เลยจาก กกต.คือทีโออาร์ เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างมีข้อกำหนดอย่างไร มีข้อความที่ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องมี บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีในมติ กกต.หรือในเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ก็จะเกิดคำถามว่ากกตใช้ฐานอำนาจอะไรในการดำเนินการให้มีบาร์โค้ดเกิดขึ้น เราเห็นว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น

หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นในการสืบข้อมูล ข้อเท็จจริงเราก็ยินดี อยากให้ศาลเรียกเอกสารตามรายการที่ได้ขอจาก กกต. เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าการที่เราขอตรงจาก กกต.จะได้รับเอกสารเมื่อใด และจะได้รับหรือไม่ หรือเราจะต้องใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารในการขอเอกสาร อย่างไรก็ตามเอกสารมีหลายรายการ ทางคณะก็จะมีการทยอยเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ผ่านสื่อโซเชียล หรือคนที่ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็สามารถใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญได้

นายสมชัย ยังกล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นขอกับผู้ร้อง และผู้ถูกร้องยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ เพราะในข้อเท็จจริงยังมีเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้จัดทำรายละเอียด ว่าเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ซึ่งหากศาลเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ก็สามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีได้ แต่หากเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล และเห็นว่าเอกสารหลักฐานที่ผู้ร้อง และผู้ถูกร้องได้นำเสนอต่อศาล เท่าที่ทราบมีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์จากเอกสารที่ตนได้ร้องขอจาก กกต.

ด้านนายธรรม์ธีร์ กล่าวว่า การยื่นเอกสารครั้งนี้เพื่อใช้สิทธิประชาชนตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบว่าข้อมูลจากการใช้สิทธิเลือกตั้งถูกนำไปใช้อย่างไรและปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ และแม้การเลือกตั้ง กทม. ครั้งล่าสุดจะไม่มีการใช้บาร์โค้ดแล้ว แต่ข้อมูลจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังต้องได้รับการตรวจสอบว่าเก็บรักษาไว้อย่างไร

นายธรรม์ธีร์ กล่าวอีกว่า ตนได้ศึกษากฎหมายและระเบียบ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งรวม 5 ฉบับ กว่า 606 หน้า แต่ไม่พบคำว่า “บาร์โค้ด” หรือ “คิวอาร์โค้ด” จึงเกิดข้อสงสัยว่าการนำระบบดังกล่าวมาใช้ผ่านการพิจารณาอย่างไร และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้เอกสารที่ขอจำนวน 20 รายการ ไม่ใช่ความลับราชการ แต่เป็นเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนและกรอบการทำงาน อาทิ บันทึกการประชุม เหตุผลการใช้บาร์โค้ด และมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยย้ำว่ายังมีข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดถูกใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงจริงหรือไม่ พร้อมระบุว่า จะทยอยเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียล เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ตรวจสอบ และติดตามประเด็นที่กระทบสิทธิประชาชนต่อไป

เมื่อถามว่า จะไปยื่นเป็นผู้ร้องสอดต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นายสมชัย กล่าวว่า คงไม่ ผู้ที่แต่ผู้ที่ศาลเรียกเป็นพยานหากต้องการนำเอกสารข้อมูลที่ตนนำเสนอไปใช้ก็ยินดี พร้อมยอมรับว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้เชิญให้คณะบุคคลที่ถูกฟ้องไปเป็นพยาน ทั้งที่ผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีการร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้เป็นพยาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้รับหนังสือให้ชี้แจงจากศาลรัฐธรรมนูญ และระบุว่า กังวลการตั้งประเด็นของศาลจะทำให้ได้คำตอบไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้ร้องนั้น นายสมชัย กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้ที่จะชี้แจงข้อมูลว่าจะตอบเท่าที่ศาลถาม หรือมากกว่านั้น ซึ่งถ้าตอบมากกว่าที่ศาลถามก็จะสามารถโยง เหตุผลต่าง ๆ ให้ศาลเห็นว่าแม้จะไม่เห็นบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดในวันเลือกตั้ง หรือไม่รู้มาก่อน แต่การมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดทำให้เชื่อว่าสามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร เราจึงไม่อยากจะพูดว่าคำถามของศาลเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพียงแต่อยากให้สังคมเห็นว่าศาลตั้งคำถามอย่างไร และเป็นหน้าที่ของฝ่ายผู้ที่ได้รับหนังสือจากศาลที่จะเป็นผู้ตอบให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด

นายสมชัย กล่าวว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ทางคณะจะไปดำเนินการยื่นฟ้อง กกต. และคณะ รวม 10 คน ฐานหมิ่นประมาทต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน คดีที่ กกต.ยื่นฟ้องต่อคณะบุคคล ทางกองปราบยังไม่ได้มีการออกหมายเรียก และเมื่อทวงถามก็ไม่มีความคืบหน้า จึงเห็นว่าการที่มีข้อมูลรายชื่อที่ กกต. ยื่นฟ้องหลุดออกมามีใครบ้าง ทำให้เกิดความเสียหาย กระทบต่อชื่อเสียงละการประกอบอาชีพ

Read the full article on the publisher site

Matichon →