← Thailand feed

Matichon

หวังยุติขัดแย้งมะกัน-อิหร่านแผ่ว ดันราคาน้ำมันดีด หุ้นร่วง

Matichon ·

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม สำนักข่าวซีเอ็นบีซีและรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายในวันอังคาร (12 พ.ค.) เนื่องจากความหวังว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อให้มีการเปิดการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซขึ้นได้นั้นเลือนลางลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านอยู่ในภาวะวิกฤต และการตอบกลับข้อเสนอสหรัฐของอิหร่านในการยุติสงครามนั้นเป็นสิ่งที่สหรัฐรับไม่ได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อออกไป ขณะที่การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นกลุ่มชิปเริ่มชะลอตัวลงในขณะที่นักลงทุนต่างรอดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ท่ามกลางการจับตาดูการเยือนจีนของทรัมป์ในวันพุธ (13 พ.ค.) นี้

โดยสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าสำหรับเดือนกรกฎาคม ปรับขึ้น 0.9% อยู่ที่ 105.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับเพิ่มขึ้น 1% ที่ 99.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะที่ดัชนีหุ้น S&P 500 ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทของสหรัฐ ปรับลดลง 0.2% หลังจากดัชนี S&P 500 และ ดัชนี NASDAQ ได้ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ติดต่อกันในคืนที่ผ่านมา ส่วนดัชนีหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ยกเว้นญี่ปุ่นปรับลดลง 1% โดยดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้นำร่วงลงไปถึง 3% ส่งผลให้ตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคปรับตัวลงตาม ขณะที่ดัชนีหุ้น Nikkei ของตลาดหุ้นโตเกียวยังทรงตัว

ทั้งนี้ นักลงทุนยังกำลังจับตาการเยือนจีนของทรัมป์ในวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด โดยการคาดการณ์ว่าจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นอิหร่านหรือด้านการค้านั้นมีอยู่ในระดับต่ำ

แดเนียล คาซาลี หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านการลงทุนของ Evelyn Partners กล่าวถึงการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐครั้งนี้ว่า นักลงทุนไม่ควรคาดหวังข้อตกลงที่ครอบคลุมกว้างขวาง “ชัยชนะ” ในที่นี้หมายถึงการไม่มีภาษีใหม่หรือการควบคุมการส่งออก และอาจเป็นเพียงข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ เช่น การซื้อสินค้าเกษตร การสั่งซื้อเครื่องบิน หรือสัญญาณเกี่ยวกับแร่หายาก สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่ความมั่นคงในระดับเล็กๆ นั้นสำคัญ

ขณะที่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐนั้นจะมีการประกาศในภายหลัง โดยคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อาจพุ่งขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ข้อเสนอแนะใดๆ ที่บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แทนที่จะลดลงอย่างที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ก่อนสงคราม อาจทำให้ตลาดสั่นคลอนได้

Read the full article on the publisher site

Matichon →