Matichon
สถานีคิดเลขที่ 12 : พักโทษ‘ทักษิณ’
สถานีคิดเลขที่ 12 : พักโทษ‘ทักษิณ’
วันที่ 11 พฤษภาคม เป็นอีกวันสำคัญของตระกูลชินวัตร
เพราะเป็นวันที่ นายทักษิณ ชินวัตร เสาหลักของตระกูลได้รับการพิจารณา “พักโทษ”
แม้จะต้องติดกำไลอีเอ็มตลอดเวลาหลังจากอยู่นอกเรือนจำ แต่การได้กลับบ้านพบปะลูกหลานย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าอยู่ในเรือนจำ
สำหรับคดีความตั้งแต่ครั้งที่นายทักษิณเป็นนายกฯ และหลบหนีออกไปต่างประเทศ ถือว่าจบสิ้น
เหลือเพียงคดี ม.112 ที่อยู่ในชั้นศาล
หลังจากนี้นายทักษิณจะลดบทบาทตัวเองลง หรือจะเพิ่มดีกรีความเข้มข้นในการเมืองขึ้นก็ต้องรอดูอีกสักระยะ
แต่เบื้องต้นนายทักษิณคงอยากกลับไปพักผ่อน หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง
หากย้อนกลับในอดีต นับตั้งแต่คณะรัฐประหารเข้ายึดอำนาจเมื่อปี 2549 ต้องยอมรับว่า นายทักษิณมีชื่อในประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่อง
หลายอย่างในห้วงเวลาต่างๆ สามารถหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อศึกษาได้ทั้งในแง่นักการเมือง พรรคการเมือง รัฐธรรมนูญ นิติรัฐนิติธรรม การบริหารจัดการ และอื่นๆ
หากหลายปีที่ผ่านมา เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสได้มองประเทศไทยคมชัดขึ้น
ต้องยอมรับว่าคนที่มีส่วนช่วยให้ทุกอย่างคมชัดคือนายทักษิณ
ทั้งนี้เพราะนายทักษิณนำเอาความใหม่เข้าสู่การเมืองและเกิดการเปรียบเทียบหลากหลาย
ยกตัวอย่างเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการการเมือง
เมื่อพรรคไทยรักไทยเข้าสู่สนามการเมือง พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับตัว
ยิ่งเมื่อนายทักษิณมีโอกาสบริหารประเทศ การเมืองไทยถึงจุดที่ต้องเปลี่ยน
จากเดิมที่รัฐบาลมีจุดบอดที่ผลักดันนโยบายที่หาเสียงไม่ได้ โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลผสม ทำอะไรไม่ถนัด
แต่ด้วยรัฐธรรมนูญปี 2540 และจำนวน ส.ส.ของพรรคไทยรักไทยในเบื้องแรก ผนวกกับการบริหารของนายทักษิณในเบื้องปลาย
ทำให้นโยบายหาเสียงของพรรคไทยรักไทยสามารถผลักดันเป็นรูปธรรมได้
ระหว่างการบริหารจัดการ ทำให้ประเทศไทยมีอะไรใหม่ๆ ก่อเกิดผู้ว่าฯซีอีโอ มีการนำเอา fast track มาใช้
แม้ในที่สุดจะนำไปสู่การรัฐประหาร แต่สังคมเห็นแล้วว่าทำอย่างไรรัฐบาลจึงผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรมได้
สังคมมองเห็นว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อ “คำมั่นสัญญา”
และนับตั้งแต่นั้น “คำมั่นสัญญา” ตอนหาเสียงกลายเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญมาก
ดังนั้น รัฐบาลปัจจุบัน แม้จะเป็นรัฐบาลผสม แต่ถ้อยคำ “พูดแล้วทำ” เป็นถ้อยความที่ประชาชนไม่ลืม
หลังจากรัฐบาลทักษิณล้มเพราะคณะรัฐประหารโค่น ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอีก
ระยะเวลา 2548 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยเกิดความร้าวฉาน
มีการชุมนุมใหญ่ มีคนบาดเจ็บ มีผู้เสียชีวิต มีผู้ถูกกล่าวโทษ มีผู้ถูกจองจำ
เศรษฐกิจค่อยถูกกระทำ กระทั่งขาดภูมิคุ้มกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับโรคแทรก อาทิ เศรษฐกิจโลก ไวรัสโควิด-19 สงครามในจุดภูมิรัฐศาสตร์ จนกระทบถึงประเทศไทย
เมื่อมรสุมผ่านไป การฟื้นตัวของเราช้ากว่าประเทศอื่นอย่างน่ากังวล
กรณีของนายทักษิณและการเมืองยังคงมีอีกหลากหลายมิติที่สามารถศึกษาได้
ผลการศึกษาน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย
เพราะสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง
ความขัดแย้งในสังคมยังดุเดือด ไอโอยังทำงานอย่างแข็งขัน
แม้การเมืองจะเปลี่ยนคู่ชก แต่ดูเหมือนวิธีการ และกลยุทธ์ที่ใช้ ยังอยู่ในวังวนเดิม
เมื่อวิธีคิดวิธีทำยังเหมือนเก่า ผลลัพธ์ย่อมไม่แตกต่างจากเดิม
หากสงสัยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร
ลองย้อนกลับไปทบทวนการเมืองไทยในหลายปีที่ผ่านมา
Read the full article on the publisher site
Matichon →