← Thailand feed

Siam Blockchain

โปรเจกต์สมาร์ทโฟนของ Trump ส่อแววเจ๊ง หลังเก็บเงินมัดจำแต่ไม่ยอมส่งของ

Siam Blockchain

- ผู้สั่งจองสมาร์ทโฟน Trump Mobile T1 ยังไม่ได้รับสินค้าแม้จะวางมัดจำรวมกว่า 60 ล้านดอลลาร์และบริษัทก็ปฏิเสธที่จะคืนเงิน

- เหรียญ Memecoin อย่าง TRUMP ราคาดิ่งลง 97% ทำให้นักลงทุนรายย่อยขาดทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์จากแรงเทขายของคนวงใน

- ปริมาณการซื้อขายบน DEX หดตัวลง 99% ซึ่งสะท้อนว่าโปรเจกต์เสื่อมความนิยมและเหลือเพียงรายย่อยที่ต้องทนถือเหรียญขาดทุน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

โครงสร้างการปลดล็อก Token ที่สร้างแรงเทขายรายวันมหาศาลประกอบกับความเชื่อมั่นที่ถดถอยจากการเลื่อนส่งมอบสินค้าจริง ถือเป็นปัจจัยกดดันอย่างหนักที่ทำให้นักลงทุนเทขายเพื่อหนีตายและทำให้โอกาสที่ราคาเหรียญจะฟื้นตัวกลับไปสู่จุดเดิมเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

โปรเจกต์ที่ใช้แบรนด์ Trump ทั้งสองรายการซึ่งมุ่งเป้าเจาะกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อรายย่อยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างหนักหลังจากเปิดตัวมาได้หลายเดือน แม้ว่าทั้งสองโปรเจกต์จะมีสาเหตุของปัญหาที่แตกต่างกันก็ตาม

เริ่มจากฝั่งของสมาร์ทโฟนสีทองรุ่น Trump Mobile T1 ที่มีผู้ซื้อกว่า 600,000 รายยอมจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า 100 ดอลลาร์นับตั้งแต่มีการประกาศเปิดตัว ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินระดมทุนสูงถึง 60 ล้านดอลลาร์ แต่จนถึงเดือนพฤษภาคม 2026 กลับยังไม่มีลูกค้ารายใดได้รับการยืนยันการจัดส่งอุปกรณ์เลยแม้แต่เครื่องเดียว เงินมัดจำเหล่านี้ถูกจ่ายให้กับบริษัท T1 Mobile LLC ซึ่งดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงกับ DTTM Operations, LLC ที่เป็นผู้ดูแลจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องกับ Donald Trump

กำหนดการจัดส่งสินค้าถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ จากช่วงปลายฤดูร้อนปี 2025 เป็นเดือนพฤศจิกายน จากนั้นก็เลื่อนไปเดือนธันวาคม และขยับไปเป็นไตรมาสแรกของปี 2026 ก่อนที่ล่าสุดกำหนดการดังกล่าวจะถูกลบออกจากเว็บไซต์ไปโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทได้แอบแก้ไขเงื่อนไขการให้บริการเมื่อเดือนเมษายนเพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเงินมัดจำดังกล่าวเป็นเพียงการจองสิทธิ์ในการซื้อแบบมีเงื่อนไขหากบริษัทเลือกที่จะผลิตออกมาขาย ซึ่งเป็นการลบล้างสัญญาผูกมัดทางกฎหมายทิ้งไปทั้งหมด ในขณะที่ผู้ซื้อที่พยายามติดต่อขอเงินคืนกลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

ตัดภาพมาที่ฝั่งของเหรียญ Memecoin อย่าง TRUMP ที่มีการแยกโครงสร้างการบริหารงานออกมาต่างหากก็กำลังเผชิญกับเส้นทางที่ขรุขระไม่แพ้กัน เหรียญตัวนี้เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2025 ที่ราคา 1.21 ดอลลาร์ และพุ่งทะยานทะลุ 73 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมงจากแรงเก็งกำไรของรายย่อยในช่วงพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี แต่มูลค่าของมันก็ค่อยๆ ร่วงลงมาตลอดช่วง 16 เดือนหลังจากนั้น

ข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ให้เห็นว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมาราคาของ TRUMP ร่วงลงมาเหลือเพียง 2.45 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงประมาณ 97% จากจุดสูงสุด ทางด้าน Chainalysis ประเมินว่านักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาซื้อเหรียญ TRUMP ต้องสูญเสียเงินรวมกันไปแล้วเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เปิดตัว

สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างของเหรียญที่มีการจัดสรรอุปทานถึง 80% ให้กับหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับ Trump อย่าง CIC Digital และ Fight Fight Fight โดย Token เหล่านี้ถูกกำหนดให้ปลดล็อกและเทขายออกสู่ตลาดมูลค่าประมาณ 500,000 ดอลลาร์ต่อวันไปจนถึงกลางปี 2028 แม้ว่าเงื่อนไขนี้จะถูกเปิดเผยไว้ตั้งแต่ตอนเปิดตัว แต่มันก็กลายเป็นแรงเทขายที่คอยกดดันตลาดอย่างหนักในช่วงที่ความสนใจของฝั่งคนซื้อหดหายไป

ปริมาณการซื้อขายบนกระดานเทรดแบบ DEX ลดลงจากจุดสูงสุดที่เกือบ 7 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 โดยมีผู้เทรดกว่า 4 แสนราย ร่วงลงมาเหลือเพียง 16 ล้านดอลลาร์และมีผู้ใช้งานเหลือแค่ 4,200 รายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการหดตัวถึง 99% ทั้งในแง่ของเม็ดเงินและจำนวนคน นอกจากนี้ขนาดการเทรดเฉลี่ยต่อไม้ก็ร่วงลงจาก 2,700 ดอลลาร์เหลือเพียง 260 ดอลลาร์ บ่งบอกว่าตลาดตอนนี้เหลือเพียงรายย่อยทุนน้อยที่ทนถือของขาดทุน ในขณะที่นักเก็งกำไรรายใหญ่หนีออกจากตลาดไปหมดแล้ว

สำหรับผู้ที่ยังถือเหรียญ TRUMP อยู่ ตัวเลขบน On-chain กำลังบอกใบ้ว่าโอกาสที่ราคาจะกลับไปยืนในระดับเดิมเหมือนตอนเปิดตัวนั้นแทบจะปิดตายลงแล้ว เพราะอุปทานของ Token ที่รอการปลดล็อกในมือของคนวงในยังเหลืออยู่อีกกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการจะดูดซับแรงเทขายก้อนนี้ได้ต้องอาศัยแรงซื้อที่มหาศาลกว่าตอนเปิดตัวหลายเท่า

แม้ก่อนหน้านี้จะมีความพยายามจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำโดยมี Trump เป็นเจ้าภาพเพื่อเอาใจผู้ถือเหรียญรายใหญ่ 220 คนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 หรือแม้แต่การที่ Justin Sun ผู้ก่อตั้ง Tron ประกาศทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อเหรียญ TRUMP ก่อนถึงรอบปลดล็อกใหญ่ แต่มันก็ช่วยพยุงราคาไว้ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้การจัดงานประชุมระดับ VIP สำหรับผู้ถือเหรียญเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 ก็ยังไปเตะตาและดึงดูดการตรวจสอบจากกลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ที่เข้ามาตั้งคำถามถึงบทบาทของประธานาธิบดีในการโปรโมตงานนี้อีกด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่า Token ของ Trump และโปรเจกต์สมาร์ทโฟนจะมีโครงสร้างและกลไกที่แตกต่างกัน แต่มันก็ถูกขับเคลื่อนมาด้วยความกระตือรือร้นทางการเมืองในช่วงแรกเริ่มเหมือนกัน และทั้งคู่ก็กำลังดิ้นรนอย่างหนักที่จะแปรเปลี่ยนกระแสความนิยมเหล่านั้นให้กลายเป็นสินค้าที่จับต้องได้หรือสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับนักลงทุน

ที่มา coindesk

มุมมองส่วนตัวผมมองว่าเคสนี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับคนที่หลงเข้าไปเก็งกำไรในโปรเจกต์ที่ผูกติดกับกระแสการเมืองและชื่อเสียงของบุคคลระดับโลกครับ ทั้งโปรเจกต์มือถือและ Memecoin ต่างก็ใช้สูตรสำเร็จในการระดมทุนก้อนโตจากกระแสความนิยม แต่กลับล้มเหลวในการสร้าง Product ที่ใช้งานได้จริง การที่ Tokenomics ถูกออกแบบมาให้เทขายใส่นักลงทุนวันละ 5 แสนดอลลาร์ต่อเนื่องยาวนานหลายปี ถือเป็นสิ่งที่อันตรายมากและเป็นสัญญาณเตือนว่ามันถูกสร้างมาเพื่อสูบเงินรายย่อยเข้ากระเป๋าคนทำโปรเจกต์ สำหรับนักลงทุน นี่คือเครื่องเตือนใจว่าอย่าหลงเชื่อชื่อเสียงของคนดัง แต่ให้โฟกัสที่ Fundamental และโครงสร้างการกระจายเหรียญก่อนลงทุนเสมอครับ

Read the full article on the publisher site

Siam Blockchain →