Siam Blockchain
ส.ว. Moreno ชี้แบงก์ตื่นตระหนก CLARITY Act จ่อเข้าวุฒิสภา 14 พ.ค.
- วุฒิสมาชิก Bernie Moreno กล่าวว่ากลุ่มธนาคารกำลัง “ตื่นตระหนกอย่างเต็มที่” เกี่ยวกับร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่จะนิยามกรอบกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ
- คณะกรรมการการธนาคารของวุฒิสภามีกำหนดพิจารณาร่างกฎหมายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ขณะที่กลุ่มล็อบบี้ธนาคารยังผลักดันในนาทีสุดท้ายเพื่อยับยั้ง
- Moreno คาดว่า CLARITY Act จะถูกลงนามโดยประธานาธิบดีทรัมป์ก่อนวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
สัญญาณทางการเมืองที่แข็งแกร่งว่า CLARITY Act ใกล้จะผ่านวุฒิสภาถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดคริปโต เพราะกฎหมายนี้จะสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนและเปิดทางให้สถาบันการเงินเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนอยู่เพราะร่างกฎหมายยังไม่ผ่านวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ
วุฒิสมาชิก Bernie Moreno แห่งรัฐโอไฮโอ ออกมาแสดงจุดยืนแข็งกร้าวสนับสนุนร่างกฎหมาย CLARITY Act โดยระบุว่ากลุ่มธนาคารกำลัง “ตื่นตระหนกอย่างเต็มที่” ต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ตามรายงานจาก Watcher.Guru เขากล่าวในเชิงวิพากษ์ว่า “ธนาคารเหล่านี้ใช้เงินฝากของคุณเป็นกระเป๋าสตางค์ส่วนตัวมาหลายสิบปี จ่ายดอกเบี้ยให้คุณแทบไม่มี ในขณะที่นำเงินของคุณไปปล่อยกู้กอบโกยกำไรมหาศาล” ทั้งนี้ คณะกรรมการการธนาคารของวุฒิสภามีกำหนดพิจารณาร่างกฎหมายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อุตสาหกรรมคริปโตต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## CLARITY Act คืออะไร และทำไมธนาคารถึงต้านหนัก
ร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act of 2025 หรือ CLARITY Act (H.R. 3633) ถูกเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 และผ่านสภาฯ ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับรัฐบาลกลาง โดยแบ่งอำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC พร้อมกำหนดกฎเกณฑ์การจดทะเบียนสำหรับกระดานเทรดคริปโต โบรกเกอร์ และตัวแทนจำหน่าย
ประเด็นที่ทำให้กลุ่มธนาคารคัดค้านหนักที่สุดคือเรื่องผลตอบแทนจาก Stablecoin ซึ่งธนาคารมองว่าจะดึงเงินฝากออกจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิม แต่ Moreno ปัดข้อคัดค้านนี้ทิ้ง โดยระบุในงาน Solana Accelerate USA ที่ไมอามีเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า “ธนาคารไม่เคยมีความสุขเลย” และข้อโต้แย้งเรื่องเงินฝากลดลงได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง รูปภาพที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียยังแสดงให้เห็นมูลค่าสินทรัพย์รวมของ 6 แบงก์ยักษ์ใหญ่อย่าง Bank of America ($2.6 ล้านล้าน), Wells Fargo ($1.7 ล้านล้าน), JPMorgan Chase ($1.7 ล้านล้าน), Citibank ($1.5 ล้านล้าน), Morgan Stanley ($1.3 ล้านล้าน) และ Goldman Sachs ($1.1 ล้านล้าน) ซึ่งสื่อถึงอำนาจทางการเงินที่กลุ่มธนาคารใช้ต่อต้านกฎหมายนี้
## กำแพงเวลาถึงวันที่ 4 กรกฎาคม ความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่
Moreno เคยเตือนไว้ในการประชุม DC Blockchain Summit ช่วงเดือนมีนาคม 2569 ว่า “หากเราไม่สามารถผ่านกฎหมาย Clarity Act ได้ภายในเดือนพฤษภาคม กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่ผ่านในอนาคตอันใกล้” และล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เขายืนยันอีกครั้งว่าต้องผ่านภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม มิฉะนั้นกรอบกฎหมายสำหรับตลาดคริปโตของสหรัฐฯ อาจหมดหวังในรอบนี้ เป้าหมายสุดท้ายที่วุฒิสมาชิก Moreno ตั้งไว้คือให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามร่างกฎหมายก่อนวันชาติสหรัฐฯ วันที่ 4 กรกฎาคม 2569
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคยังคงอยู่ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่ากลุ่มล็อบบี้ธนาคารกำลังผลักดันในนาทีสุดท้ายเพื่อยับยั้งร่างกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นที่ไม่อยากให้ Stablecoin สามารถจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือได้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า แบงก์งัดแผนขวาง CLARITY Act นาทีสุดท้าย ห้าม Stablecoin จ่ายปันผล และประธาธิบดีทรัมป์เองก็ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องนี้เช่นกัน ตามที่ Siam Blockchain เคยรายงานใน Donald Trump ประกาศกลางงานคริปโต จะไม่ยอมให้ธนาคารขวาง Clarity Act
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัปดาห์นี้คือหมุดหมายสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ รอบนี้ การที่กลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ยังต้านหนักขนาดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า CLARITY Act มีความสำคัญระดับเปลี่ยนเกมสำหรับทั้งสองฝ่าย ถ้าร่างผ่านคณะกรรมการวันที่ 14 พฤษภาคมได้จริง ตลาดคริปโตน่าจะตอบรับเชิงบวก แต่อย่าลืมว่ากระบวนการยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอนกว่าจะถึงโต๊ะประธานาธิบดี สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือผลการลงมติในคณะกรรมการวันพุธนี้ว่าจะผ่านได้เรียบร้อยหรือมีเงื่อนไขแนบท้ายที่อาจทำให้ฝ่ายคริปโตไม่พอใจ
ที่มา: @WatcherGuru
เครดิตภาพจาก @Watcher.Guru
Read the full article on the publisher site
Siam Blockchain →